ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมาเรียกร้องให้ยุติการครองอำนาจยาวนานกว่า 37 ปีของ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่อิหร่านต้องมองหา “ผู้นำคนใหม่” ท่ามกลางสถานการณ์การประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่เริ่มชะลอตัวลง
“ถึงเวลาที่ต้องมองหาผู้นำใหม่ในอิหร่าน” ทรัมป์กล่าวกับสื่อ โปลิติโก เมื่อวันเสาร์ (17 ม.ค. 69) หลังการชุมนุมในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเริ่มลดระดับความรุนแรงลง
รายงานจากสื่อตะวันตกที่ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ระบุว่า ตลอดช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ประท้วงหลายพันคนทั่วประเทศเสียชีวิต ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ออกมาข่มขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า สหรัฐอาจพิจารณาเข้าแทรกแซงทางทหาร
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอังคาร ทรัมป์ยังได้เรียกร้องให้ชาวอิหร่านออกมาประท้วงต่อไป และ “เข้าควบคุมสถาบันต่าง ๆ” โดยระบุว่า “ความช่วยเหลือกำลังมา”
อย่างไรก็ตาม ในวันถัดมา ผู้นำสหรัฐกลับเปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหัน โดยกล่าวว่า เขาได้รับแจ้งว่าการสังหารผู้ประท้วงได้ยุติลงแล้ว
“การตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา คือการไม่แขวนคอคนมากกว่า 800 คนเมื่อสองวันก่อน” ทรัมป์กล่าวเมื่อวันเสาร์ เมื่อถูกถามถึงขนาดของปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐอาจใช้กับอิหร่าน
คำเรียกร้องให้เปลี่ยนผู้นำของทรัมป์มีขึ้นไม่นาน หลัง อาลี คาเมเนอี ออกมากล่าวหาว่า ประธานาธิบดีสหรัฐมีส่วนรับผิดชอบต่อ “ผู้เสียชีวิต” จากการประท้วงที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม จากปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ ก่อนจะขยายตัวเป็นการชุมนุมขนาดใหญ่ที่เรียกร้องให้ยุติการปกครองของระบอบศาสนาในอิหร่าน
บัญชี X ของคาเมเนอีได้โพสต์ข้อความโจมตีทรัมป์อย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าผู้นำสหรัฐต้องรับผิดชอบต่อความรุนแรง การเสียชีวิต และความไม่สงบที่เกิดขึ้นในประเทศ
“เราถือว่าประธานาธิบดีสหรัฐมีความผิด จากจำนวนผู้เสียชีวิต ความเสียหาย และการใส่ร้ายที่เขาก่อกับประชาชาติอิหร่าน” คาเมเนอีระบุในโพสต์หนึ่ง
ในอีกข้อความหนึ่ง ผู้นำสูงสุดอิหร่านกล่าวว่า ทรัมป์บิดเบือนข้อเท็จจริง ด้วยการอ้างว่ากลุ่มใช้ความรุนแรงเป็นตัวแทนของประชาชนอิหร่าน พร้อมเรียกการกระทำดังกล่าวว่าเป็น “การใส่ร้ายที่น่ารังเกียจ”
หลังได้รับทราบข้อความดังกล่าว ทรัมป์ออกมาตอบโต้ โดยกล่าวว่า ผู้นำอิหร่านพึ่งพาการกดขี่และความรุนแรงเพื่อรักษาอำนาจการปกครอง
“สิ่งที่เขามีความผิดในฐานะผู้นำประเทศ คือการทำลายประเทศอย่างสิ้นเชิง และการใช้ความรุนแรงในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน” ทรัมป์กล่าว
ทรัมป์เสริมว่า เพื่อให้ประเทศยังคงทำงานได้ แม้จะอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ผู้นำอิหร่านควรให้ความสำคัญกับการบริหารประเทศอย่างเหมาะสม ไม่ใช่การสังหารประชาชนครั้งละนับพันเพื่อรักษาการควบคุมอำนาจ
“ความเป็นผู้นำคือเรื่องของความเคารพ ไม่ใช่ความกลัวและความตาย” เขากล่าว
การตอบโต้กันครั้งนี้สะท้อนถึงวาทกรรมที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียด โดยก่อนหน้านี้ คาเมเนอีเพิ่งออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ระบุ “ประชาชาติอิหร่านได้เอาชนะอเมริกาแล้ว”
ทรัมป์ยังโจมตีผู้นำสูงสุดอิหร่านในเชิงส่วนตัว โดยกล่าวว่า ระบบการปกครองของอิหร่านล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
“เขาเป็นคนป่วย ที่ควรบริหารประเทศให้ดี และหยุดฆ่าประชาชนเสียที” ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุว่า “ประเทศของเขาเป็นสถานที่ที่เลวร้ายที่สุดในโลกสำหรับการอยู่อาศัย เพราะความเป็นผู้นำที่ย่ำแย่”