ท่ามกลางกระแสข่าวความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน เบื้องหลังฉากหน้าความตึงเครียดนั้น การทูตเชิงลึกกำลังดำเนินไปอย่างเงียบๆ โดยตุรกีกลับมาแสดงบทบาทอีกครั้งในฐานะตัวกลาง
รายงานพิเศษของหนังสือพิมพ์ตุรกี ฮูริเยต (Hurriyet) พฤหัสบดี 29 ม.ค. 69 โดยผู้สื่อข่าว ฮันเด ฟิรัต (Hande Fırat) เปิดเผยภาพการขับเคลื่อนทางการทูตของอังการา ที่มุ่งลดระดับวิกฤตและดึงทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา
ฮูริเยตรายงานว่า ขณะที่ทั่วโลกกำลังจับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่าน ในฉากการทูตกลับมีความเคลื่อนไหวที่ลึกและสำคัญยิ่ง โดยอังการาได้เข้ามามีบทบาทอีกครั้ง คล้ายกับที่เคยทำในช่วงสงคราม 12 วันก่อนหน้านี้ ทั้งประธานาธิบดีเรเจป ตอยยิบ แอร์โดอาน และรัฐมนตรีต่างประเทศ ฮาคาน ฟิดาน กำลังดำเนินการเจรจาทางการทูตอย่างเข้มข้น
ฮันเด ฟิรัต ระบุว่า ระหว่างวันที่ 13 ถึง 20 ม.ค. ฮาคาน ฟิดาน ได้ติดต่อกับทั้งฝ่ายสหรัฐและอิหร่านรวมอย่างน้อย 4 ครั้ง ซึ่งทั้งช่วงเวลาและสาระของการติดต่อเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ตุรกีกำลังพยายามทำหน้าที่เป็น “แนวกันชน” เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตลุกลามบานปลาย
ไทม์ไลน์วิกฤต เส้นทางการทูตของอังการา
ฮูริเยต ไล่เรียงไทม์ไลน์การติดต่อทางการทูตของตุรกีไว้ดังนี้
วันที่ 13 ม.ค. เวลา 22.47 น. – ฮาคาน ฟิดาน สนทนากับ อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน
วันเดียวกันนั้น ทอม แบร์แร็ก บุคคลใกล้ชิดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าพบฟิดานที่กรุงอังการา
วันที่ 14 ม.ค. เวลา 11.43 น.- ฟิดานสนทนากับอาราคชีอีกครั้งทางโทรศัพท์
วันที่ 20 ม.ค. เวลา 19.23 น. ฟิดานสนทนากับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ
และในวันเดียวกัน ฟิดานยังติดต่อกับทอม แบร์แร็ก เป็นครั้งที่สอง
เป้าหมายเดียวกัน ลดแรงปะทะ
รายงานของฮูริเยต ระบุว่า แกนหลักของการติดต่อทั้งหมดคือ “ไม่เอาความขัดแย้ง แต่เอาการทูต”
อังการาต้องการชะลอการเผชิญหน้า ดึงทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา และป้องกันการแทรกแซงทางทหาร
แหล่งข่าวทางการทูตให้ความเห็นว่า หากไม่มีการติดต่อเหล่านี้ สถานการณ์ในภูมิภาคอาจเดินไปในทิศทางที่แตกต่างออกไป วิกฤตอาจถูกเลื่อนออกไป แต่ยังไม่สิ้นสุด
ทำไมสหรัฐจึงคิดใช้กำลัง
ฮันเด ฟิรัต วิเคราะห์ว่า เบื้องหลังความคิดของสหรัฐในการโจมตีอิหร่าน มีทั้งเหตุผลด้านนิวเคลียร์และภูมิรัฐศาสตร์ โดยทำเนียบขาวมีข้อเรียกร้องที่ชัดเจน ได้แก่
– การกำจัดหรือส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ
– การปิดโครงสร้างนิวเคลียร์ที่เหลือ
– การยุติขีดความสามารถด้านขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน
– และการขจัดภัยคุกคามต่ออิสราเอล
อย่างไรก็ตาม นสพ.ฮูริเยต ระบุว่า ในทางปฏิบัติ ข้อเรียกร้องที่แท้จริงคือประเด็นอิสราเอล ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับปฏิทินการเลือกตั้งของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ต้องการเห็นการดำเนินการต่ออิหร่านก่อนการเลือกตั้งเดือนตุลาคม
ก่อนการเลือกตั้งในเดือนตุลาคม นายกรัฐมนตรีอิสราเอลต้องการให้อิหร่านถูกโจมตี ไม่ว่าจะผ่านสหรัฐ หรือแม้เป็นการโจมตีโดยตรงในวงจำกัดก็ตาม นักการเมืองสายสัจนิยมมองว่า ระบอบการปกครองในอิหร่านไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ด้วยระเบิด แต่สารทางการเมืองสามารถส่งผ่านได้ด้วยการโจมตีแบบกำหนดเป้าหมาย
ฝ่ายอิหร่าน ความไม่ไว้วางใจ ระบบหลายศูนย์อำนาจ และศักดิ์ศรี
รายงานของ ฮูริเยต โดย ฮันเด ฟือรัต ระบุว่า อิหร่านมองข้อเรียกร้องของสหรัฐด้วยความไม่ไว้วางใจอย่างลึกซึ้ง โดยการประเมินของเตหะรานชัดเจนว่า “มีการนั่งเจรจาและการพูดคุยเกิดขึ้น แต่สหรัฐกลับย้อนกลับไปที่จุดเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
รายงานชี้ว่า ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาไม่ได้อยู่เพียงในมิติทางการทูตเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน เนื่องจากอิหร่านเป็นระบบที่มีผู้มีอำนาจหลายศูนย์ ใครก็ตามที่นั่งโต๊ะเจรจากับสหรัฐมีแนวโน้มถูกมองภายในประเทศว่าอ่อนแอและยอมจำนน ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีฝ่ายใดต้องการก้าวออกมาเป็นผู้รับบทบาทหลักในการเจรจา
ฮูริเยต ยังระบุว่า อีกหนึ่งจุดเปราะบางสำคัญคือประเด็น “ศักดิ์ศรี” ต่อสาธารณะ โดยรัฐบาลอิหร่านปฏิเสธการเจรจาในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการข่มขู่ และมองว่าการถูก “บังคับให้นั่งโต๊ะเจรจา” เป็นการล่วงละเมิดต่อศักดิ์ศรีของประชาชนอิหร่าน
ฉากทัศน์การโจมตีแบบจำกัด
ฮูริเยต อ้างแหล่งข่าวต่างประเทศว่า สหรัฐยังไม่พิจารณาปฏิบัติการขนาดใหญ่ แต่เปิดทางเลือกสำหรับการโจมตีแบบจำกัด เป้าหมายอาจรวมถึง :
– โรงงานนิวเคลียร์นาตันซ์และฟอร์โดว์
– ฐานยิงขีปนาวุธและศูนย์บัญชาการของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ
– โครงสร้างพื้นฐานการผลิตโดรน/ระบบอากาศยานไร้คนขับ และคลังเก็บขีปนาวุธขั้นสูง
– ระบบป้องกันภัยทางอากาศและหอเรดาร์ของอิหร่าน
การเสริมกำลังของเครื่องบิน F-15 และ C-17 ในฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการเตรียมความพร้อมเชิงปฏิบัติการ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การเสริมกำลังในลักษณะนี้อาจบ่งชี้ถึงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่มีขอบเขตจำกัด แต่ “มีประสิทธิภาพในการส่งสาร”
บทบาทของตุรกี ทางออกบนโต๊ะเจรจา
ฮันเด ฟิรัต ชี้ว่า อังการามองสถานการณ์นี้อย่างชัดเจน การติดต่อของแอร์โดอานกับ มัซอูด เปเซซคียอน การเดินสายของฟิดาน และการประสานกับกาตาร์และโอมาน สะท้อนจุดยืนเดียวกันคือ
“ไม่ให้อิหร่านถูกโจมตี และไม่ให้สหรัฐสูญเสียหน้า”
รายงานระบุว่า ตามที่อังการากล่าว วอชิงตันอาจกลับมาเจรจาอีกครั้งหากอิหร่านเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เช่น เสนอความร่วมมือแบบจำกัดกับสหรัฐฯ ในด้านแหล่งน้ำมันหรือการแบ่งปันเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้จำเป็นต้องให้อิสราเอลลดแรงกดดันจากการเลือกตั้งที่จะมาถึง และอิหร่านต้องดำเนินการทางการทูตเชิงสัญลักษณ์เพื่อโน้มน้าวความคิดเห็นของประชาชน
ข้อเสนอประชุมไตรภาคี
ฮูริเยต เปิดเผยว่า ในการสนทนาทางโทรศัพท์ล่าสุดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแอร์โดอานได้เสนอแนวคิดจัดการประชุมไตรภาคี ระหว่างตุรกี สหรัฐ และอิหร่าน อาจในรูปแบบการประชุมทางไกล โดยรายงานระบุว่า ทรัมป์ตอบรับแนวคิดดังกล่าวในเชิงบวก
รายงานยังย้ำว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านมีกำหนดเดินทางเยือนตุรกีเพื่อพบกับฮาคาน ฟิดานในสัปดาห์นี้
บทสรุป วิกฤตยังไม่จบ เวลาเหลือน้อย
ฮูริเยต สรุปว่า การโจมตีอาจไม่เปลี่ยนระบอบในอิหร่าน แต่จะสั่นคลอนดุลอำนาจในภูมิภาค ตุรกีกำลังเดินเกม “การทูตเชิงป้องกัน” เพื่อสกัดการปะทะ
อย่างไรก็ตาม รายงานเตือนว่า หากอิหร่านไม่ขยับ และแรงกดดันจากอิสราเอลเพิ่มสูงขึ้น วอชิงตันอาจเลือกใช้ปฏิบัติการทางทหารแบบจำกัด วิกฤตยังดำเนินอยู่ การทูตกำลังทำงาน แต่เวลาเหลือน้อยลงทุกขณะ.