ปัญหาด้านเสบียงและโลจิสติกส์ที่เกิดขึ้นกับเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln มีจุดเริ่มต้นจากการโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรนของอิหร่านในช่วงต้นสงคราม ส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯ ต้องปรับเส้นทางส่งกำลังบำรุงครั้งใหญ่
รายงานของเดอะนิวยอร์กไทมส์ (NYT ) เมื่อ 15 ส.ค. ระบุว่า ปัญหาด้านการส่งเสบียงของเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น เริ่มขึ้นไม่นานหลังจากวันแรกของสงคราม เมื่อขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านได้ โจมตีฐานทัพเรือในบาห์เรน
การโจมตีของอิหร่านทำให้ฐานได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงศูนย์โลจิสติกส์ที่สำคัญซึ่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ใช้งานมานานหลายทศวรรษ
การสูญเสียศูนย์ดังกล่าวทำให้กองทัพเรือต้องหาแผนสำรองเพื่อส่งเสบียงให้ลูกเรือที่ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนเครื่องบินรบและต่อมาเกี่ยวข้องกับการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน
ท่ามกลางความเสี่ยงที่อิหร่านอาจโจมตีท่าเรืออื่นในภูมิภาค เพนตากอนจึงหันไปใช้ฐานทัพบนเกาะดิเอโก การ์เซีย ซึ่งอยู่ภายใต้การบัญชาการของอังกฤษ เป็นศูนย์กลางส่งกำลังบำรุงแทน
ดิเอโก การ์เซียอยู่ทางใต้ของมัลดีฟส์ และห่างจากจุดที่กองเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 กลุ่มปฏิบัติการในอ่าวโอมานประมาณ 2,200 ไมล์
เจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากเป็นข้อมูลด้านโลจิสติกส์ที่มีความอ่อนไหว ระบุว่า กองทัพเรือเริ่มใช้ดิเอโก การ์เซียเป็นจุดขนส่งหลักไม่นานหลังฐานทัพในบาห์เรนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
NYT ระบุว่า การสูญเสียศูนย์โลจิสติกส์ในบาห์เรนส่งผลให้เกิดปัญหามากมายบนเรือบรรทุกเครื่องบินที่สนับสนุนปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน ขณะที่สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตแสดงความกังวลต่อการประจำการของลูกเรือ Lincoln ราว 5,000 นายเป็นเวลาเกือบ 9 เดือน
วุฒิสมาชิกริชาร์ด บลูเมนธัล ระบุในจดหมายถึงรัฐมนตรีกลาโหม พีต เฮกเซธ ว่าปัญหาที่ถูกรายงานรวมถึงการขาดแคลนสิ่งของจำเป็นและสุขภาพจิตของลูกเรือที่ย่ำแย่ลง
เรืออับราฮัม ลินคอล์นยังปฏิบัติการในทะเลมาเกือบ 9 เดือนโดยไม่ได้เข้า “ท่าเรือพักกำลังพล” ซึ่งลูกเรือสามารถลงจากเรือเพื่อพักได้หลายวัน
ทั้งนี้ บาห์เรนเป็นหนึ่งในสองท่าเรือที่เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ในภูมิภาคใช้จอดเพื่อให้ลูกเรือพัก ขณะที่อีกแห่งคือท่าเรือฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งก็อยู่ในระยะขีปนาวุธของอิหร่านเช่นกัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เรืออับราฮัม ลินคอล์นกำลังเคลื่อนที่และจะถูกเปลี่ยนภารกิจโดยเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน ซึ่งประจำการอยู่ในญี่ปุ่นและกำลังมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง
ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมเฮกเซธยืนยันว่า สหรัฐฯ สามารถเดินหน้าปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซได้ “ตราบเท่าที่จำเป็น” แม้เรือบรรทุกเครื่องบินบางลำจะปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องยาวนานกว่าระยะเวลาปกติ








