กองกำลังป้องกันพลเรือนในฉนวนกาซาระบุว่า ชาวปาเลสไตน์เกือบ 2,842 คน “ระเหยหาย” จนไม่เหลือร่างให้กู้คืน หลังการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ขณะที่รายงานสืบสวนของอัลจาซีราชี้ว่า มีการใช้อาวุธเทอร์โมบาริก (ระเบิดสุญญากาศ) ที่ผลิตด้วยชิ้นส่วนจากสหรัฐ

รายงานซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคาร (10 ก.พ. 69) วิเคราะห์ข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์จากพื้นที่เสียหายในกาซา และระบุว่าอาวุธดังกล่าวสามารถสร้างอุณหภูมิสูงกว่า 3,500 องศาเซลเซียส จนทำให้เนื้อเยื่อชีวภาพสลายตัวอย่างรุนแรง

สิ่งที่การสืบสวนพบ

ทีมกู้ภัยในกาซาเปรียบเทียบจำนวนผู้อาศัยในบ้านกับจำนวนศพที่กู้คืนได้หลังการโจมตี และรายงานว่ามีหลายร้อยกรณีที่สมาชิกครอบครัวหายไปทั้งหมด เหลือเพียงคราบเลือดหรือเศษชิ้นส่วนขนาดเล็ก

ผู้เชี่ยวชาญที่ให้สัมภาษณ์กับอัลจาซีราอธิบายว่า องค์ประกอบทางเคมีของอาวุธประเภทนี้ รวมถึงเชื้อเพลิงอากาศและวัตถุระเบิดอุณหภูมิสูง สามารถทำให้สสารอินทรีย์ถูกเผาทำลายอย่างรุนแรง ซึ่งพบไม่บ่อยในสงครามแบบดั้งเดิม

รายงานเชื่อมโยงปรากฏการณ์นี้กับระเบิดหลายรุ่นที่ใช้ในความขัดแย้งกาซา เช่น MK-84, BLU-109 และ GBU-39 ซึ่งผลิตหรือจัดหาพร้อมชิ้นส่วนจากสหรัฐ

ปฏิบัติการต่อเนื่องและบริบทกว้าง

การสืบสวนเผยแพร่ท่ามกลางปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลที่ยังดำเนินต่อในกาซา แม้มีความพยายามหยุดยิงที่เปราะบาง โดยเมื่อวันอังคาร เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่ามีชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 3 คนเสียชีวิตจากการโจมตีครั้งใหม่ในกาซาตอนกลาง

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีอิสราเอลยังอนุมัติมาตรการขยายอำนาจในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง ซึ่งถูกวิจารณ์จากเจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์และผู้สังเกตการณ์นานาชาติว่าอาจยิ่งเพิ่มความตึงเครียด

ปฏิกิริยาและข้อกฎหมาย

นักสิทธิมนุษยชนที่ถูกอ้างถึงในรายงานระบุว่า การใช้อาวุธที่ไม่สามารถแยกแยะเป้าหมายทางทหารกับพลเรือนได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่หนาแน่นอย่างกาซา อาจละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่ห้ามการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย

รายงานของอัลจาซีรายังชี้ให้เห็นถึงความยากลำบากในการบันทึกผลกระทบของอาวุธประเภทนี้ด้วยวิธีนิติวิทยาศาสตร์แบบดั้งเดิม ซึ่งกระตุ้นการถกเถียงเรื่องความรับผิดและการจัดประเภทอาวุธในหมู่นักกฎหมายและองค์กรสิทธิ

ผลกระทบต่อพลเรือน

ผู้รอดชีวิตและครอบครัวของผู้สูญหายเล่าถึงความจริงอันโหดร้ายที่คนใกล้ชิด “หายไป” หลังการโจมตี ทำให้การประกอบพิธีศพเป็นไปไม่ได้ และยิ่งซ้ำเติมบาดแผลทางจิตใจในดินแดนที่เผชิญวิกฤตมนุษยธรรมอย่างหนัก