นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศว่า รัฐบาลอิสราเอลกำลังเดินหน้าแนวคิดจัดตั้ง “พันธมิตรหกฝ่าย” ในและรอบภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมี อินเดีย กรีซ และไซปรัส เป็นแกนร่วมกับประเทศจากโลกอาหรับ แอฟริกา และเอเชีย ซึ่งยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่ออย่างเป็นทางการ สปุตนิกสื่อรัสเซียรายงาน

เนทันยาฮูกล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีอิสราเอลว่า เป้าหมายของพันธมิตรดังกล่าว คือการสร้าง “แกนความร่วมมือ” ที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงและการเมืองในภูมิภาค โดยเฉพาะสิ่งที่เขาเรียกว่า “ขั้วอำนาจสุดโต่ง”

ผู้นำอิสราเอลระบุว่า แกนหนึ่งที่อิสราเอลมองว่าเป็นภัย คือ “แกนชีอะห์” ซึ่งเขาอ้างว่าอิสราเอลได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงไปแล้ว ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงการเกิดขึ้นของ “แกนซุนนีใหม่” ตามถ้อยคำของเขาเอง แม้จะไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงประเทศหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้อง

เนทันยาฮูย้ำว่า ความร่วมมือในลักษณะนี้อาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งและอนาคตของอิสราเอล ควบคู่ไปกับสิ่งที่เขาเรียกว่า “พันธมิตรทางประวัติศาสตร์” ระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยอิสราเอลจะยังคงแสวงหาการขยายเครือข่ายหุ้นส่วนในระดับนานาชาติต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่า “แกนซุนนีใหม่” ตามถ้อยคำของเนทันยาฮู มีความหมายในทิศทางเดียวกับคำเตือนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วันหรือไม่ เมื่อ นาฟตาลี เบนเนตต์ อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาเตือนว่า ตุรกี กำลังก้าวขึ้นมาเป็น “อิหร่านใหม่” ในตะวันออกกลาง โดยเดินหน้าก่อรูปแกนซุนนีที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิสราเอล ร่วมกับ กาตาร์ และมี ปากีสถาน ซึ่งครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ เป็นส่วนหนึ่งของสมการดังกล่าว พร้อมชี้ว่า ตุรกีภายใต้การนำของประธานาธิบดี เรเจป ตอยยิบ แอร์โดอัน กำลังก่อรูปภัยคุกคามเชิงยุทธศาสตร์รูปแบบใหม่ต่อ อิสราเอล ที่แตกต่างจากภัยคุกคามแบบเดิมในภูมิภาค