เดอะพับลิกโพสต์ – รัฐมนตรีต่างประเทศจาก 8 ประเทศมุสลิม นำโดยตุรกีและอียิปต์ ออกแถลงการณ์ร่วมประณามอิสราเอลกรณีจำกัดการเข้าถึงมัสยิดอัลอักซอของชาวมุสลิมในช่วงเดือนรอมฎอน พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกกดดันให้อิสราเอลยุติการละเมิดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในเยรูซาเล็มทันที

อนาโดลูรายงานว่า แถลงการณ์ดังกล่าวออกโดยรัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี อียิปต์ จอร์แดน อินโดนีเซีย ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ เมื่อวันพุธ (11 มี.ค. 69) โดยกล่าวถึงสิ่งที่พวกเขาระบุว่าเป็นการละเมิดต่อเนื่องของอิสราเอลในนครเยรูซาเล็ม

แถลงการณ์ระบุว่า “ข้อจำกัดด้านความมั่นคงต่อการเข้าถึงนครเก่าแห่งเยรูซาเล็มและสถานที่ประกอบศาสนกิจ รวมทั้งข้อจำกัดการเข้าถึงสถานที่สักการะอื่นๆ ในลักษณะที่เลือกปฏิบัติและตามอำเภอใจ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ สถานะทางประวัติศาสตร์และกฎหมายที่มีอยู่เดิม และหลักการเข้าถึงสถานที่สักการะโดยเสรี”

รัฐมนตรีทั้งแปดยังเรียกร้องให้ประชาคมโลกยืนจุดยืนอย่างชัดเจน เพื่อกดดันให้อิสราเอลยุติการละเมิดต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของทั้งชาวมุสลิมและคริสเตียนในเยรูซาเล็ม

ในแถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า “รัฐมนตรีขอยืนยันการปฏิเสธและประณามอย่างเด็ดขาดต่อมาตรการที่ผิดกฎหมายและไร้เหตุผลนี้ รวมถึงการกระทำยั่วยุอย่างต่อเนื่องของอิสราเอลที่มัสยิดอัลอักซอ / อัลฮะรอม อัชชะรีฟ และต่อบรรดาผู้ศรัทธา”

“พวกเขาย้ำว่าอิสราเอลไม่มีอำนาจอธิปไตยเหนือเยรูซาเล็มที่ถูกยึดครอง หรือเหนือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามและคริสต์ในนครแห่งนี้”

แถลงการณ์ยังระบุว่า พื้นที่ทั้งหมดของมัสยิดอัลอักซอซึ่งมีขนาด 144 ดูนัม ถือเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิมโดยเฉพาะ และยืนยันว่าองค์กรวะกัฟของจอร์แดนมีอำนาจเพียงผู้เดียวในการดูแลบริหารและควบคุมการเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าว

รัฐมนตรีทั้งแปดเรียกร้องให้อิสราเอลในฐานะ “อำนาจผู้ยึดครอง” ยุติการปิดประตูมัสยิดอัลอักซอทันที ยกเลิกข้อจำกัดการเข้าถึงนครเก่าแห่งเยรูซาเล็ม และงดขัดขวางการเข้าถึงมัสยิดของผู้ศรัทธาชาวมุสลิม