สำนักข่าว The Intercept รายงานว่า เพนตากอนได้เปลี่ยนวิธีนับจำนวนทหารสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากสงครามอิหร่าน โดยแยกข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคมไปไว้ในฐานข้อมูลใหม่ ซึ่งแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่าเป็นแนวทางที่ “ออกแบบมาเพื่อทำให้ยอดรวมผู้บาดเจ็บถูกมองเห็นน้อยลง”

รายงานของ The Intercept ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ระบุว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยแพร่ยอดทหารที่เสียชีวิต บาดเจ็บ ป่วย หรือได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ผ่านระบบ Defense Casualty Analysis System (DCAS) ซึ่งใช้รายงานต่อรัฐสภาและประธานาธิบดีสหรัฐฯ

The Intercept ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าความเป็นจริงมาโดยตลอด โดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ รายหนึ่งว่า เป็น “การปกปิดยอดผู้บาดเจ็บ”

หลังการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลางเมื่อเดือนกรกฎาคม เพนตากอนได้เปิดหน้าเว็บไซต์ใหม่ในชื่อ Overseas Operations

นับจากนี้ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม จะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลดังกล่าว แทนที่จะรวมอยู่ในระบบ DCAS สำหรับสงครามอิหร่านเหมือนที่ผ่านมา

ตามข้อมูลล่าสุดเมื่อวันจันทร์ (3 ส.ค.) แสดงว่า มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตและบาดเจ็บ 273 นาย นับตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม

เมื่อรวมกับตัวเลขในระบบ DCAS ทำให้ยอดอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 704 นาย เพิ่มขึ้นร้อยละ 83 จากตัวเลขเมื่อวันที่ 8 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงฉบับแรก

The Intercept ระบุว่า หากรวมผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่ระบบ DCAS ไม่ได้บันทึกไว้ ยอดรวมจะสูงกว่า 900 นาย

เพนตากอนไม่ชี้แจงข้อสังเกต

รายงานระบุว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เพนตากอนไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับความผิดปกติของตัวเลขในระบบ DCAS หรือเหตุผลที่เปลี่ยนวิธีนับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานว่า เพนตากอนชี้แจงว่า หลังสิ้นสุด Operation Epic Fury ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจะถูกจัดอยู่ในหมวด Overseas Operations ภายใต้พื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM)

เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งให้ข้อมูลกับ The Intercept โดยไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า การเปลี่ยนวิธีนับครั้งนี้ “มีเป้าหมายเพื่อปกปิดจำนวนผู้บาดเจ็บ”

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า ความสับสนของตัวเลขส่วนหนึ่งอาจเกิดจาก “ความไร้ประสิทธิภาพ” ในการจัดการข้อมูล

อ้างอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 9 แห่ง

The Intercept อ้างคำให้การของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อีกคนว่า ยอดผู้บาดเจ็บที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 9 แห่ง ในตะวันออกกลางตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม

แหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านใช้ทั้งโดรนโจมตีและขีปนาวุธพิสัยไกล จนสามารถเจาะระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ ได้ แม้ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรัฐมนตรีสงคราม พีต เฮกเซธ จะยืนยันว่า ศักยภาพทางทหารของอิหร่านถูกทำลายไปแล้ว

The Intercept ยังตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขในระบบ DCAS เปลี่ยนแปลงหลายครั้ง

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ระบบระบุยอดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจาก Operation Epic Fury อยู่ที่ 500 นาย แต่ปัจจุบันลดลงเหลือ 431 นาย

รายงานระบุว่า เพนตากอนไม่ได้อธิบายสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

ชี้ระบบ DCAS ไม่รวมผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บบางส่วน

The Intercept ระบุว่า ระบบ DCAS ยังไม่รวมชื่อของ พันตรี ซอร์ฟฟลี ดาวิอัส นายทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเสียชีวิตจากอาการป่วยกะทันหันระหว่างปฏิบัติหน้าที่ที่ค่ายแคมป์บิวห์ริง ประเทศคูเวต เมื่อวันที่ 6 มีนาคม

แม้การเสียชีวิตของเขาจะได้รับการยืนยันจากสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ และได้รับการกล่าวถึงโดยประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ ในพิธีรำลึก แต่ชื่อของเขาไม่ได้ปรากฏในฐานข้อมูล DCAS

รายงานยังระบุว่า แม้ DCAS จะนับผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่ไม่ใช่การสู้รบ แต่กลับไม่นับผู้บาดเจ็บจากสาเหตุเดียวกัน

ตัวอย่างคือ ระบบยังไม่รวมทหารเรือมากกว่า 200 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการสูดควันและบาดแผลจากเหตุเพลิงไหม้บนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ระหว่างปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลาง

รายงานอีกฉบับชี้มีทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า 400 นาย

The Intercept ยังอ้างถึงล่าสุดของ The War Horse ซึ่งอ้างอิงบันทึกของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ที่ได้รับผ่านกฎหมายเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร (Freedom of Information Act: FOIA)

รายงานดังกล่าวระบุว่า ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 8 เมษายน มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตและบาดเจ็บมากกว่า 400 นาย

ในจำนวนนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 70 นายในวันที่ 18 มีนาคมเพียงวันเดียว แต่เพนตากอนไม่เคยเปิดเผยตัวเลขผู้บาดเจ็บจำนวนมากในวันดังกล่าวต่อสาธารณะ

เอกสารดังกล่าวให้รายละเอียดที่ลึกกว่าฐานข้อมูล Defense Casualty Analysis System (DCAS) โดยระบุว่า มีทหารอย่างน้อย 17 นายได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต นอกจากนี้ ยังพบว่าทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บจาก สะเก็ดระเบิด กระดูกหัก การสูดดมควัน รวมถึงอาการบาดเจ็บประเภทอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บที่พบมากที่สุดคือ การบาดเจ็บที่ศีรษะ (Head Trauma) ซึ่งเกิดขึ้นกับทหารอย่างน้อย 170 นาย ตามข้อมูลในเอกสาร

รายงานทิ้งท้ายว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวหลายครั้งว่า อาการบาดเจ็บทางสมองของทหารเป็นเพียง “อาการปวดหัว” และ “ไม่ใช่อาการร้ายแรง”.