ข่าวการถึงแก่อสัญกรรมของ “เมาลานา ซัยยิด ซัลมาน ฮุซัยนี นัดวี” เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา อาจไม่เป็นที่คุ้นชื่อสำหรับคนไทยจำนวนมาก แต่สำหรับวงการวิชาการอิสลามในอินเดียและโลกมุสลิม ท่านคือนักวิชาการศาสนาผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ การจากไปของท่านถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญผู้ฝากผลงานไว้ทั้งในฐานะนักวิชาการ นักการศึกษา นักเขียน และผู้แสวงหาความปรองดองภายในประชาคมมุสลิม
ตลอดชีวิตกว่าเจ็ดทศวรรษ เมาลานาซัลมานไม่ได้เป็นเพียงอาจารย์ผู้สอนศาสนา หากยังเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันการศึกษา ผลิตนักวิชาการรุ่นใหม่หลายพันคน เขียนหนังสือและงานวิจัยจำนวนมาก และเดินทางไปทั่วอินเดียเพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างชุมชนมุสลิมต่างสำนักคิด ในช่วงเวลาที่สังคมมุสลิมต้องเผชิญกับความแตกต่างทางความคิดและความขัดแย้งภายในอย่างต่อเนื่อง
การถึงแก่อสัญกรรมของท่านก่อนเวลาละหมาดศุบฮิ ณ เมืองลัคเนา รัฐอุตตรประเทศ สิริอายุ 74 ปี จึงได้รับการแสดงความอาลัยจากนักวิชาการ องค์กรอิสลาม และศิษยานุศิษย์ทั้งในอินเดียและต่างประเทศ โดยมีการประกอบพิธีละหมาดญะนาซะห์ในวันเดียวกัน ท่ามกลางผู้ร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก
จากสายสกุลแห่งศาสดา สู่เส้นทางนักวิชาการอิสลาม
เมาลานา ซัยยิด ซัลมาน ฮุซัยนี นัดวี เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2495 (ค.ศ. 1952) ในครอบครัวนักวิชาการศาสนาที่มีชื่อเสียงของเมืองลัคเนา โดยสืบเชื้อสายจากท่านศาสดามุฮัมมัดผ่านสายของ “ท่านซัยยิดินา อิมามฮุเซน” หลานของศาสดา จึงใช้นำหน้าชื่อด้วยคำว่า “ซัยยิด” ซึ่งเป็นคำนำหน้าของผู้สืบสายตระกูลจากศาสดามุฮัมมัด ส่วนคำว่า “ฮุซัยนี” ก็สะท้อนถึงการสืบเชื้อสายผ่านท่านอิมามฮุเซน อันเป็นสายสกุลที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในโลกมุสลิมมาโดยตลอด
ท่านเติบโตในครอบครัวที่แวดล้อมด้วยบรรยากาศแห่งการศึกษาและศาสนา และได้รับการหล่อหลอมทางวิชาการจาก เมาลานา ซัยยิด อบุลหะซัน อาลี ฮุซัยนี นัดวี หรือ “อาลี มิยาน” นักคิดอิสลามผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของอนุทวีปอินเดีย ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นฟูแนวคิดอิสลามในศตวรรษที่ 20
จากการอบรมของอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ ท่านได้เข้าศึกษาที่ ดารุลอุลูม นัดวะตุลอุละมาอ์ (Darul Uloom Nadwatul Ulama) สถาบันอิสลามศึกษาชั้นนำของอินเดีย ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางการผลิตนักวิชาการที่ผสมผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้ากับความเข้าใจโลกสมัยใหม่ ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อระดับสูงด้านวิชาหะดีษที่มหาวิทยาลัยอิสลามอิมาม มุฮัมมัด บิน ซะอูด ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย
ครูของศิษย์นับพัน และนักวิชาการผู้ไม่หยุดสร้างองค์ความรู้
หลังสำเร็จการศึกษา เมาลานาซัลมานกลับสู่อินเดียและเริ่มต้นชีวิตในฐานะอาจารย์ที่สถาบันนัดวะห์ โดยสอนวิชาหะดีษและศาสตร์อิสลามแขนงต่าง ๆ ก่อนก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งคณบดีคณะดะอ์วะห์ ซึ่งทำหน้าที่ผลิตนักเผยแผ่ศาสนาและนักวิชาการรุ่นใหม่
ตลอดหลายทศวรรษในรั้วนัดวะห์ ศิษย์จำนวนหลายพันคนจากอินเดีย เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และประเทศอื่น ๆ ได้ผ่านการศึกษาภายใต้การสอนของท่าน หลายคนเติบโตเป็นนักวิชาการ ผู้นำศาสนา และผู้ทำงานด้านสังคมในประเทศของตนเอง
อย่างไรก็ตาม บทบาทของเมาลานาซัลมานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน ท่านยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการศึกษาของเยาวชนมุสลิม โดยก่อตั้งสถาบันการศึกษา สนับสนุนโรงเรียนและโครงการด้านสังคม รวมถึงผลักดันให้เยาวชนสามารถศึกษาทั้งวิชาศาสนาและวิชาสมัยใหม่ควบคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้สามารถดำรงบทบาทในสังคมร่วมสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในโลกวิชาการ ชื่อของเมาลานาซัลมานเป็นที่รู้จักจากงานเขียนภาษาอาหรับและอูรดูจำนวนมาก ครอบคลุมทั้งศาสตร์ตัฟซีร หะดีษ ฟิกฮ์ ชีวประวัติศาสดา ความคิดอิสลาม ประวัติศาสตร์ และประเด็นร่วมสมัย ผลงานหลายชิ้นได้รับการใช้อ้างอิงในแวดวงวิชาการทั้งในอินเดียและต่างประเทศ และสะท้อนแนวคิดที่พยายามเชื่อมโยงมรดกทางวิชาการอิสลามเข้ากับความท้าทายของโลกยุคใหม่
ผู้อุทิศชีวิตเพื่อความปรองดองในประชาคมมุสลิม
นอกเหนือจากบทบาทในฐานะนักวิชาการและนักการศึกษา สิ่งที่ทำให้เมาลานา ซัยยิด ซัลมาน ฮุเซนี นัดวี แตกต่างจากอุลามาอีกหลายคน คือความพยายามผลักดันให้เกิดความเข้าใจและความปรองดองภายในสังคมมุสลิมอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม และสำนักคิดทางศาสนา
ชีวประวัติของท่านระบุว่า นอกจากงานด้านวิชาการแล้ว เมาลานาซัลมานยังมีบทบาทอย่างแข็งขันในการส่งเสริมความปรองดองในระดับชาติ ระดับสังคม และระหว่างนิกาย โดยเฉพาะตลอดช่วงประมาณสิบปีสุดท้ายของชีวิต ท่านได้เดินทางไปทั่วอินเดีย เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างชาวมุสลิมนิกายซุนนี ชีอะห์ และสำนักคิดบาเรลวี (หนึ่งในสำนักคิดสำคัญของมุสลิมซุนนีในเอเชียใต้ที่มีแนวปฏิบัติและความเชื่อบางประการแตกต่างจากซุนนีกระแสหลักของอินเดีย) พร้อมส่งเสริมความเป็นเอกภาพของประชาคมมุสลิม
การเดินทางดังกล่าวครอบคลุมถึงดัรฆาห์ (สุสานนักบุญ) และคอนคาห์ (สำนักซูฟี) หลายแห่งในรัฐอุตตรประเทศ ซึ่งสะท้อนความพยายามในการเข้าหาผู้คนจากภูมิหลังและแนวคิดที่แตกต่าง มากกว่าการจำกัดบทบาทอยู่เพียงในแวดวงวิชาการหรือสถาบันการศึกษา
ความสัมพันธ์กับอิหร่านและมุมมองที่ได้รับการกล่าวถึง
ด้วยบทบาทในการส่งเสริมเอกภาพของชาวมุสลิม เมาลานาซัลมานได้รับการยอมรับจากบุคคลและองค์กรอิสลามในหลายประเทศ รวมถึงสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
ภายหลังการถึงแก่อสัญกรรม ฮุจญะตุลอิสลาม อับดุล มาจีด ฮาคิม อิลาฮี ผู้แทนผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำอินเดีย ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ โดยยกย่องเมาลานา ซัยยิด ซัลมาน ฮุเซนี นัดวี ว่าเป็นนักวิชาการผู้ทุ่มเทตลอดชีวิตในการรับใช้อัลกุรอานและซุนนะห์ ส่งเสริมการศึกษาอิสลาม และยกระดับคุณธรรมและองค์ความรู้ของนักวิชาการและนักศึกษาหลายชั่วอายุคน
ในแถลงการณ์ยังกล่าวถึงบทบาทของเมาลานาซัลมานในการส่งเสริม แนวทางสายกลาง (วะสะฏียะฮ์) การสร้างเอกภาพของชาวมุสลิม และการส่งเสริมการเสวนาภายในประชาคมมุสลิม พร้อมยกย่องว่างานเขียน การบรรยาย และผลงานทางวิชาการของท่าน จะยังคงเป็นมรดกทางปัญญาอันทรงคุณค่าสำหรับคนรุ่นต่อไป
นอกจากนี้ ฮาคิม อิลาฮี ระบุว่า เมาลานาซัลมานเป็นหนึ่งในนักวิชาการอาวุโสชาวซุนนีเพียงไม่กี่คนที่ประกาศสนับสนุนการปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน โดยมองว่าการเคลื่อนไหวภายใต้การนำของ อิมาม รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการฟื้นตัวของโลกอิสลาม อีกทั้งยังแสดงความชื่นชมต่อการนำของ อายาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี อย่างเปิดเผย
แถลงการณ์ยังระบุว่า เมาลานาซัลมานเรียกร้องให้เกิดเอกภาพของประชาชาติอิสลาม การธำรงเกียรติและศักดิ์ศรีของสังคมมุสลิม การต่อต้านสิ่งที่ท่านเรียกว่า “มหาอำนาจผู้หยิ่งผยอง” (Global Arrogance) และการยืนหยัดเคียงข้างประชาชนผู้ถูกกดขี่ โดยฮาคิม อิลาฮี ระบุว่า จุดยืนดังกล่าวเป็นคุณลักษณะที่ทำให้เมาลานาซัลมานโดดเด่นในหมู่นักวิชาการมุสลิมที่มีความเป็นอิสระ
ในช่วงท้ายของแถลงการณ์ ฮาคิม อิลาฮี ระบุว่า การจากไปของเมาลานาซัลมานถือเป็นความสูญเสียที่ไม่อาจทดแทนได้ของสถาบันการศึกษาศาสนา วงการวิชาการ และประชาคมมุสลิมโดยรวม พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า มรดกทางความคิด ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ และศิษยานุศิษย์ที่ท่านได้บ่มเพาะไว้ จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักวิชาการและนักวิจัยในโลกมุสลิมต่อไป
ช่วงปลายชีวิตและความเห็นต่าง
แม้จะได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวาง แต่เส้นทางชีวิตของเมาลานาซัลมานไม่ได้ราบรื่นเสมอไป
ในช่วงหลายปีหลัง ท่านมีความเห็นต่างกับคณะกรรมการกฎหมายส่วนบุคคลมุสลิมแห่งอินเดีย (All India Muslim Personal Law Board) จนตัดสินใจลาออก โดยให้เหตุผลว่าองค์กรไม่สามารถทำหน้าที่แก้ไขปัญหาของชาวมุสลิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ความเห็นต่างกับผู้บริหารสถาบันดารุลอุลูม นัดวะตุลอุละมาอ์ ก็กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงการวิชาการอิสลามของอินเดีย ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแยกทางกันในที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้จะออกจากตำแหน่งในองค์กรสำคัญหลายแห่ง เมาลานาซัลมานยังคงทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้ผ่านการบรรยาย การสอนอัลกุรอาน และการตอบคำถามด้านศาสนาบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสุขภาพเริ่มทรุดลงในช่วงปีสุดท้ายของชีวิต
มรดกที่ฝากไว้ให้คนรุ่นหลัง
สำหรับผู้คนจำนวนมาก เมาลานา ซัยยิด ซัลมาน ฮุเซนี นัดวี ไม่ได้ถูกจดจำเพียงในฐานะนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านหะดีษ หรืออาจารย์ผู้ผลิตศิษย์นับพันคน หากยังเป็นบุคคลที่พยายามใช้ความรู้เป็นเครื่องมือสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คนที่มีความแตกต่างทางความคิด
ชีวิตของท่านครอบคลุมบทบาทหลากหลาย ทั้งครู นักเขียน นักวิจัย นักเผยแผ่ศาสนา ผู้ก่อตั้งสถาบันการศึกษา และผู้ทำงานด้านสังคม ผลงานจำนวนมากของท่านยังคงได้รับการศึกษาในสถาบันอิสลามหลายแห่ง ขณะที่แนวคิดเรื่องการยกระดับการศึกษาและการสร้างเอกภาพของประชาคมมุสลิม ยังคงเป็นมรดกทางปัญญาที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง
การจากไปของเมาลานา ซัยยิด ซัลมาน ฮุเซนี นัดวี จึงไม่ใช่เพียงการสิ้นสุดชีวิตของนักวิชาการคนหนึ่ง แต่เป็นการปิดฉากบุคคลผู้ใช้ทั้งห้องเรียน ปากกา และเวทีสาธารณะ เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจระหว่างผู้คนตลอดชีวิตกว่าเจ็ดทศวรรษ และนั่นอาจเป็นมรดกที่ทรงคุณค่าที่สุดที่ท่านทิ้งไว้ให้แก่โลกมุสลิม.
…
อ้างอิง:








