เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กำลังสอบสวนเหตุโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบประปาในอย่างน้อย 12 รัฐ ซึ่งเชื่อว่าอาจเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน แม้ขณะนี้ยังไม่มีการระบุผู้ก่อเหตุอย่างเป็นทางการ
CBS News รายงานอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการสอบสวนว่า รัฐที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย มิชิแกน มินนิโซตา จอร์เจีย นิวเจอร์ซีย์ และเซาท์ดาโคตา รวมถึงรัฐอื่น ๆ อีกหลายแห่ง
ในรัฐมินนิโซตา มีระบบประปาชุมชนได้รับผลกระทบมากกว่า 30 แห่ง ขณะที่ในรัฐจอร์เจีย หน่วยงาน Clayton County Water Authority ซึ่งให้บริการประชาชนราว 300,000 คนในพื้นที่แอตแลนตา เปิดเผยว่า กิจกรรมทางไซเบอร์เมื่อเดือนที่แล้วทำให้แรงดันน้ำลดลง และต้องออกประกาศแนะนำให้ประชาชนต้มน้ำก่อนบริโภค แม้ว่าจะสามารถกู้คืนระบบได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ระบบสาธารณูปโภคบางแห่งสูญเสียความสามารถในการควบคุมจากระยะไกล ทำให้ต้องเปลี่ยนมาเดินระบบด้วยตนเอง ขณะที่ในหลายกรณี ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ควบคุม เช่น ปั๊มน้ำ วาล์ว และระบบควบคุมแรงดันน้ำ
อย่างไรก็ตาม ทางการยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่าคุณภาพน้ำดื่มได้รับผลกระทบ และน้ำประปายังคงปลอดภัยสำหรับการอุปโภคบริโภค
FBI เตือนระบบประปาถูกเจาะจากระยะไกล
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (EPA) และสำนักงานความมั่นคงไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน (CISA) ได้ออกประกาศร่วมเตือนว่า ผู้ก่อภัยคุกคามทางไซเบอร์สามารถเข้าถึงระบบออนไลน์ของระบบประปาและบำบัดน้ำเสียในอย่างน้อย 7 รัฐ ส่งผลให้ระบบตรวจสอบและควบคุมบางส่วนไม่สามารถใช้งานได้
หน่วยงานทั้งสามแนะนำให้ผู้ให้บริการระบบประปาตัดการเชื่อมต่อระบบควบคุมจากอินเทอร์เน็ต พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการใช้รหัสผ่านและระบบไฟร์วอลล์
สงสัยเชื่อมโยงกลุ่ม CyberAv3ngers
แม้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางจะสงสัยว่า การโจมตีครั้งนี้อาจเป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการระบุผู้ก่อเหตุอย่างเป็นทางการ
รายงานของ CBS News ระบุว่า วิธีการโจมตีมีลักษณะคล้ายกับปฏิบัติการในปี 2023 ของกลุ่ม CyberAv3ngers ซึ่งสหรัฐฯ เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) โดยในครั้งนั้น ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงระบบควบคุมประปาผ่านรหัสผ่านเริ่มต้นที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลง








