“เปิ้ล” ไอริณ ศรีแกล้ว นักแสดงและนักร้องชาวไทย ออกมาโพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม บอกเล่าประสบการณ์เชิงลบระหว่างเดินทางไปพักผ่อนที่บีชบาร์แห่งหนึ่งในพื้นที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต หลังมีนักท่องเที่ยวอิสราเอลเข้ามาชวนขึ้นห้อง เรียกร้องภาครัฐยกระดับการคัดกรองและจัดการปัญหาพฤติกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างจริงจัง

ไอริณเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในร้านอาหารสไตล์บีชบาร์ (Beach Bar) แห่งหนึ่งในพื้นที่ป่าตอง ซึ่งเป็นร้านประจำที่เธอเคยไปใช้บริการเกือบ 10 ครั้ง โดยระหว่างนั่งรับประทานอาหาร มีกลุ่มนักท่องเที่ยววัยรุ่นชายชาวอิสราเอลให้พนักงานนำเครื่องดื่มมาส่งให้ ก่อนที่จะมีชายคนหนึ่งในกลุ่มเดินเข้ามาแนะนำตัวและกล่าวชวนเธอขึ้นห้องพักอย่างโจ่งแจ้ง

“ไอเปิดห้องไว้ที่นี่ เดี๋ยวตามไปเจอกันที่ห้องนะ” ไอริณระบุถึงคำพูดของชายคนดังกล่าว ซึ่งเธอมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติและดูถูกผู้หญิง

อย่างไรก็ตาม เธอระบุว่าเลือกใช้สติและตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษเพื่อปกป้องตนเองว่า “ถ้ายูกลับห้อง อย่าลืมเอา Drink ของยู กลับไปกินด้วยนะ! โต๊ะของไอ ไม่เหมาะ สำหรับ Drink ที่ได้มาง่ายๆ และราคาถูกๆ!!”

เธอเล่าต่อว่า ชายคนดังกล่าวมีท่าทีเสียหน้า ก่อนจะเดินกลับไป โดยทิ้งเครื่องดื่มไว้บนโต๊ะ และเธอได้ให้พนักงานนำเครื่องดื่มดังกล่าวไปคืน

“เกิดมาในชีวิต ก็ไม่เคยคิดว่าจะเจอะเจอผู้ชาย ที่มารยาททราม และดูถูกผู้หญิงอย่างนี้มาก่อนเลยค่ะ” ไอริณเขียน พร้อมระบุว่าในวันดังกล่าวเธอไม่ได้แต่งกายโป๊ตามภาพที่โพสต์ประกอบ

นอกจากเหตุการณ์ดังกล่าว ดาราสาวยังเล่าถึงบรรยากาศภายในร้าน โดยระบุว่าในช่วงแรกมีลูกค้าหลากหลายสัญชาติ แต่ระยะหลังเธอสังเกตว่ามีนักท่องเที่ยวอิสราเอลจำนวนมาก และมองว่าร้านให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าดังกล่าวเป็นพิเศษ รวมถึงเปิดเพลงอิสราเอลจนกลุ่มนักท่องเที่ยวลุกขึ้นเต้นและส่งเสียงเชียร์

ไอริณยังอ้างถึงเสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการต่อรองราคาของนักท่องเที่ยวอิสราเอล โดยระบุว่ามีผู้ค้าบางรายไม่อยากขายสินค้าให้เมื่อเห็นลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเข้าร้าน และยกตัวอย่างการต่อรองราคาสินค้าจาก 280 บาทเหลือ 80 บาท

ไอริณยังได้เรียกร้องไปยังภาครัฐและผู้มีอำนาจทบทวนและยกระดับมาตรการคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเปรียบเทียบว่าประเทศไทยควรจัดการบ้านเมืองให้เหมือน “พระราชวังที่มีคุณค่า” ซึ่งมีกฎเกณฑ์ในการเปิดรับผู้คน มากกว่าการเปิดประตูต้อนรับทุกคนโดยไม่มีการคัดกรอง

เธอมองว่า การปล่อยให้บุคคลที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเข้ามาสร้างปัญหาอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของประเทศ พร้อมตั้งคำถามถึงระบบการเปิดรับชาวต่างชาติ รวมถึงการที่บุคคลต่างชาติสามารถเข้าถึงสถานะพลเมืองหรือสิทธิในประเทศไทยได้

ในช่องคอมเมนต์ของโพสต์ดังกล่าว ไอริณยังได้ย้ำเตือนให้ภาครัฐเร่ง “ตัดไฟแต่ต้นลม” และตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่อาจเอื้อประโยชน์ให้นักท่องเที่ยวหรือนายทุนต่างชาติเข้ามาทำผิดกฎหมายในพื้นที่

“จงตัดไฟแต่ต้นลม!! ถึงเวลาแล้ว ที่ภาครัฐควรจะต้องเด็ดขาด รวมทั้งหาผู้กระทำผิดที่เอื้อประโยชน์ ในการขายชาติให้กับคนพวกนี้ในทุกๆทาง” เธอระบุ

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่ไอริณเล่าถึงเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคลและข้อกล่าวอ้างจากโพสต์ของเธอ ไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยวอิสราเอลทั้งหมดมีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน โดยในโพสต์ไม่ได้เปิดเผยชื่อร้านหรือหลักฐานอื่นประกอบ และยังไม่มีข้อมูลจากทางร้านหรือบุคคลที่ถูกกล่าวถึงออกมาชี้แจงต่อสาธารณะ ณ เวลาที่เผยแพร่ข่าว

อ่านโพสต์ต้นทางของ เปิ้ล-ไอริณ