ไทยเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ พร้อมผลักดันความร่วมมืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นรูปธรรม โดยฝ่ายไทยต้องการผลักดันโครงการนำร่องจัดตั้งโรงงานผลิตอากาศยานไร้คนขับในประเทศตาม Roadmap ที่ผ่านการอนุมัติหลักการแล้ว ขณะที่ NEWS1 (นิวส์วัน) ตั้งคำถามถึงที่มาและขั้นตอนของโครงการที่กระทรวงกลาโหมควรชี้แจงต่อสาธารณะ
วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม เปิดเผยว่า พล.อ. ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางเยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 2-9 สิงหาคม 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารระหว่างไทยกับสหรัฐฯ
ภารกิจสำคัญของการเยือนครั้งนี้อยู่ที่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการแสวงหาการสนับสนุนจากฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ
วาสนาระบุว่า ระหว่างการเยือน พล.อ. ธราพงษ์และคณะได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสงครามและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แก่ John Noh ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามสหรัฐฯ ด้านความมั่นคงอินโด-แปซิฟิก, Elbridge Colby รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสงครามด้านนโยบาย, Daniel P. Driscoll รัฐมนตรีทบวงทหารบกสหรัฐฯ และ Seth Bailey รองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประจำสำนักกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก
ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเน้นย้ำความสำคัญของความเป็นพันธมิตรเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาค รวมถึงสถานะของไทยในฐานะพันธมิตรหลักนอกองค์การ NATO พร้อมหารือการต่อยอดความร่วมมือในทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
เล็งตั้งโรงงานผลิต UAV ในไทย
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการผลักดันให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตอากาศยานไร้คนขับ หรือ UAV ในประเทศไทย
วาสนาระบุว่า
“ฝ่ายไทยประสงค์ที่จะผลักดันให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทย เป็นโครงการนำร่อง ตามร่าง Roadmap ที่ได้รับการอนุมัติหลักการแล้ว”
โครงการดังกล่าวถูกวางให้เป็นหนึ่งในความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างไทยกับสหรัฐฯ โดยฝ่ายไทยต้องการให้การพัฒนาความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ตามข้อมูลที่วาสนาเผยแพร่ คณะกระทรวงกลาโหมไทยยังได้เยี่ยมชมการสาธิตการใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับในการดำเนินกลยุทธ์ รวมถึงโครงการพัฒนาระบบโจมตีแบบไร้คนขับต้นทุนต่ำ หรือ LUCAS ที่ฐานทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ ควอนติโก
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เปิดเผยยังไม่ได้ระบุว่าโรงงาน UAV ที่ฝ่ายไทยต้องการผลักดันจะผลิตระบบ LUCAS หรือระบบโจมตีดังกล่าวโดยตรง จึงยังไม่ควรสรุปว่าโครงการโรงงาน UAV ในไทยเกี่ยวข้องกับการผลิต LUCAS โดยตรง
NEWS1 ตั้งคำถาม Roadmap ใครอนุมัติ-คุยสหรัฐฯ ถึงขั้นไหน
ประเด็นดังกล่าวถูกตั้งคำถามเพิ่มเติมโดยสื่อ NEWS1 (นิวส์วัน) หลังการเปิดเผยว่า Roadmap สำหรับโครงการโรงงานผลิต UAV “ได้รับการอนุมัติหลักการแล้ว”
NEWS1 ตั้งคำถามว่า กระทรวงกลาโหมไทยไปตกลงกับสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อใด Roadmap ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อใด ใครเป็นผู้อนุมัติ และการหารือระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เดินหน้าไปถึงขั้นใดแล้ว
คำถามดังกล่าวมีนัยสำคัญ เนื่องจากการจัดตั้งโรงงานผลิตโดรนทางทหารเกี่ยวข้องมากกว่าการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทั่วไป ทั้งเทคโนโลยี การลงทุน ขีดความสามารถด้านการผลิต และทิศทางความร่วมมือด้านความมั่นคงในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เปิดเผยขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่า สหรัฐฯ ตกลงจัดตั้งโรงงานในประเทศไทยแล้ว สิ่งที่ระบุชัดคือ ฝ่ายไทยต้องการผลักดันโครงการ และร่าง Roadmap ได้รับการอนุมัติหลักการแล้ว
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือผลต่อการวางตำแหน่งของไทยท่ามกลางความสัมพันธ์กับมหาอำนาจ โดยจีนเป็นทั้งหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและมีความร่วมมือด้านกลาโหมกับไทย ขณะที่สหรัฐฯ เป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงมายาวนาน จึงต้องติดตามว่าโครงการดังกล่าวจะมีผลต่อการรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายหรือไม่
เดินหน้า 2+2-แลกเปลี่ยนข่าวกรองปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์
รายงานของวาสนาระบุว่า ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องผลักดันกลไกการประชุม 2+2 Strategic Dialogue ระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศ ในระดับนโยบายและปลัดกระทรวง ให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ทั้งสองฝ่ายยังหารือการขยายความร่วมมือในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผ่านการแลกเปลี่ยนข่าวกรองระหว่างกัน
ในโอกาสเดียวกัน คณะของ พล.อ. ธราพงษ์ได้เข้าพบ แทมมี ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ณ อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ โดยฝ่ายสหรัฐฯ แสดงความยินดีที่จะสนับสนุนโครงการช่วยเหลือประเทศไทย ทั้งด้านการศึกษา อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการแพทย์ทหาร
ย้ำบทบาทไทยในเวทีสหประชาชาติ
นอกจากความร่วมมือด้านความมั่นคงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแล้ว วาสนาระบุว่า ฝ่ายไทยยังยืนยันบทบาทสำคัญที่สร้างสรรค์ของไทยในเวทีสหประชาชาติ โดยเฉพาะภารกิจรักษาสันติภาพ
“ยืนยันบทบาทสำคัญที่สร้างสรรค์ของไทยในเวทีสหประชาชาติ เพื่อสันติภาพและผลประโยชน์ของชาติ”
การเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้จึงครอบคลุมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ความร่วมมือด้านข่าวกรอง กลไกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ และบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อคือ โครงการโรงงานผลิตอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทย ว่าจะเดินหน้าไปถึงขั้นใด และกระทรวงกลาโหมจะชี้แจงรายละเอียดของ Roadmap ที่ได้รับอนุมัติหลักการแล้วอย่างไร








