ผู้นำสูงสุดอิหร่าน มุจตะบา คาเมเนอี สั่งปรับโครงสร้างผู้นำทางทหารครั้งใหญ่ แต่งตั้งผู้บัญชาการระดับสูงใหม่ 6 ตำแหน่ง รวมถึง “อะหมัด วาฮิดี” ขึ้นคุมกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ท่ามกลางสถานการณ์เผชิญหน้าทางทหารกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
เพรสทีวีสื่ออิหร่านรายงานว่า คำสั่งแต่งตั้งทั้งหมดมีขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม โดยมุจตะบา คาเมเนอี ซึ่งนอกจากเป็นผู้นำสูงสุดอิหร่านแล้วยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพอิหร่าน ได้ออกคำสั่งแยกกัน 6 ฉบับเพื่อแต่งตั้งนายทหารระดับสูงชุดใหม่
อะหมัด วาฮิดี ได้รับการเลื่อนยศเป็นพลตรีและแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของ IRGC แทนพลตรีโมฮัมหมัด ปักปูร์ ขณะที่พลตรีมุสตาฟา อิซาดี ได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้บัญชาการ IRGC
วาฮิดีเคยดำรงตำแหน่งรองฝ่ายข่าวกรองของ IRGC ระหว่างปี 1985–1988 ก่อนดำรงตำแหน่งสำคัญหลายแห่ง รวมถึงรัฐมนตรีมหาดไทยของอิหร่าน และมีประสบการณ์ด้านวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการศึกษาด้านยุทธศาสตร์
ในคำสั่งแต่งตั้ง คาเมเนอีกำชับให้วาฮิดีเพิ่มขีดความสามารถทางทหารของ IRGC เพื่อสร้าง “การยับยั้งสูงสุด” พร้อมรักษาความพร้อมสำหรับปฏิบัติการเชิงรุกต่อศัตรู โดยระบุว่าการแต่งตั้งเกิดขึ้นในช่วงที่อิหร่านกำลังเผชิญ “การเผชิญหน้าเชิงยุทธศาสตร์และเด็ดขาดกับความหยิ่งผยองของโลก”
เปลี่ยนหัวหน้าเสนาธิการกองทัพ
พลตรี อะลี อับดุลลอฮี ได้รับแต่งตั้งเป็นเสนาธิการกองทัพอิหร่านคนใหม่ แทนพลตรีอับดอลราฮิม มูซาวี ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล
คาเมเนอีกำหนดภารกิจสำคัญให้เสนาธิการคนใหม่ ทั้งการยกระดับขีดความสามารถด้านกลาโหมและความมั่นคงของกองทัพและกองกำลังบาซิจ ตลอดจนเตรียมความพร้อมสำหรับการตอบโต้ภัยคุกคามทั้งทางทหารและรูปแบบใหม่ เช่น สงครามข้อมูลและสงครามผสม
พลจัตวาเคียมาร์ส เฮย์ดารี ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเสนาธิการกองทัพ เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศและเสริมความพร้อมของกำลังพล
ตั้งแม่ทัพเรือ IRGC คนใหม่
พลเรือตรีอะลี โอซามาอี ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC แทนพลเรือตรีอะลีเรซา ทังซีรี ซึ่งเสียชีวิตในสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
คำสั่งแต่งตั้งเน้นให้ผู้บัญชาการคนใหม่ยกระดับการฝึก ความเชี่ยวชาญ อุปกรณ์ทางเรือ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพด้านข่าวกรองและความพร้อมรบ
“ตาเอ็บ” กลับคุมกองกำลังบาซิจ
อีกตำแหน่งสำคัญคือ ฮุจญะตุลอิสลาม ฮุเซน ตาเอ็บ ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าองค์การบาซิจ แทนพลตรีโกลัมเรซา โซไลมานี ซึ่งฝ่ายอิหร่านระบุว่าเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ-อิสราเอล
คาเมเนอีกำชับให้ตาเอ็บเพิ่มบทบาทและขีดความสามารถของบาซิจ รวมถึงขยายเครือข่ายข่าวกรองภาคประชาชนและพัฒนาทักษะกำลังพลด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อรับมือภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น
การแต่งตั้งทั้ง 6 ตำแหน่งเกิดขึ้นหลังอิหร่านสูญเสียผู้บัญชาการทหารระดับสูงหลายรายในช่วงสงคราม โดยผู้นำอิหร่านระบุว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ความพร้อมรบ และศักยภาพในการตอบโต้ภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ








