ประธานาธิบดีตุรกีเปิดทางขยายข้อตกลงป้องกันร่วมมักกะฮ์จาก 3 ประเทศผู้ก่อตั้งไปสู่ทุกชาติในภูมิภาค หวังสร้างกรอบความมั่นคงร่วมที่ลดการพึ่งพามหาอำนาจภายนอก

เรเจป ทายยิป เออร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกี กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Asharq al-Awsat ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมว่า วิสัยทัศน์ของข้อตกลงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน และตุรกี ซึ่งเป็น 3 ประเทศผู้ลงนาม

“วิสัยทัศน์ของเราไม่ได้จำกัดอยู่ที่ 3 ประเทศ แต่เราปรารถนาให้ข้อตกลงเติบโตขึ้น และบางทีวันหนึ่งเงื่อนไขที่เหมาะสมอาจเกิดขึ้นเพื่อให้ทุกประเทศในภูมิภาคมารวมตัวกันภายใต้กรอบนี้” เออร์โดอานกล่าว

เขาระบุว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของความร่วมมือและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างประเทศที่เป็นมิตรและพี่น้อง พร้อมย้ำว่าข้อตกลงมักกะฮ์เป็นผลจากความเข้าใจดังกล่าว และเปิดกว้างสำหรับทุกประเทศที่ต้องการสันติภาพและเสถียรภาพ

เออร์โดอานปฏิเสธการมองข้อตกลงดังกล่าวว่าเป็นเพียงปฏิกิริยาต่อสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านและผลกระทบที่ขยายไปทั่วโลก โดยระบุว่าแนวคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มีการหารือระหว่าง 3 ประเทศผู้ลงนาม รวมถึงชาติอื่นในภูมิภาคมาหลายครั้งแล้ว

ประธานาธิบดีตุรกียังกล่าวว่า สถานการณ์ใหม่ที่ภูมิภาคกำลังเผชิญทำให้ประเทศต่าง ๆ ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องรับผิดชอบต่อความมั่นคงและอนาคตของตนเอง พร้อมเตือนว่าไม่มีใครเข้าใจปัญหาของภูมิภาคได้ดีไปกว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนั้น

“เรารู้ดีว่าทางออกที่นำเข้าจากต่างประเทศมีแต่จะนำหายนะมาให้” เออร์โดอานกล่าว

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว การคุกคามความมั่นคงของประเทศใดประเทศหนึ่งจะถือเป็นการคุกคามต่อทุกประเทศสมาชิก เออร์โดอานระบุว่า กลไกดังกล่าวตั้งอยู่บนหลักการยับยั้งร่วมกัน แต่เตือนว่าไม่ควรตีความข้อตกลงในมิติทางทหารเพียงอย่างเดียว

ทั้งสามประเทศยังให้คำมั่นว่าจะไม่เป็นแหล่งอันตรายต่อกัน และข้อตกลงจะเปิดทางให้เกิดความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้เออร์โดอานจะเปิดทางให้สมาชิกใหม่เข้าร่วม แต่แหล่งข่าวซาอุดีอาระเบีย 3 รายบอกกับ Middle East Eye ว่า ริยาดคัดค้านการเข้าร่วมของอียิปต์ โดยอ้างความไม่พอใจต่อรัฐบาลประธานาธิบดี อับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี จากแนวทางการวางตัวในภูมิภาค และมองว่าไคโรไม่ได้มีน้ำหนักทางยุทธศาสตร์และการทหารเช่นในอดีต

แหล่งข่าวตุรกีระบุว่า อังการาพยายามผลักดันให้อียิปต์เข้าร่วมอย่างมาก และได้เสนอให้อียิปต์เข้าร่วมอย่างเป็นทางการแล้ว

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวทั้ง 3 รายระบุว่า การที่อียิปต์จะเข้าร่วมในอนาคตยังไม่ถูกตัดออก เพียงแต่ซาอุดีอาระเบียต้องการให้อียิปต์อยู่นอกกรอบข้อตกลงไปก่อน

ข้อตกลงมักกะฮ์ลงนามเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม โดยผู้นำซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน และตุรกี ถือเป็นกรอบความมั่นคงร่วมที่นำพันธมิตรของสหรัฐฯ ทั้ง 3 ประเทศมาอยู่ภายใต้กลไกเดียวกัน โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่า การโจมตีด้วยอาวุธต่อประเทศหนึ่งจะถือเป็นการโจมตีต่อทั้งสามประเทศ

การผลักดันข้อตกลงเกิดขึ้นหลังสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และการตอบโต้ของอิหร่านที่พุ่งเป้าไปยังประเทศอ่าวซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ได้ทำให้ชาติในภูมิภาคเริ่มตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของหลักประกันความมั่นคงจากวอชิงตัน