อิสราเอลยึดร่างชาวปาเลสไตน์กว่า 1,700 ราย ไว้เป็นไพ่ต่อรองทางการเมืองสำหรับการเจรจาในอนาคต แม้ในปัจจุบันจะไม่มีตัวประกันชาวอิสราเอลถูกจับกุมเหลืออยู่แล้วก็ตาม
การเปิดเผยครั้งนี้มาจากรายงานเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมของสื่อยักษ์ใหญ่ในอิสราเอลอย่าง Haaretz ซึ่งระบุว่า เดวิด ซินี ผู้อำนวยการหน่วยความมั่นคงภายในอิสราเอล (Shin Bet) และกองทัพ เห็นพ้องให้กักเก็บร่างเหล่านี้ไว้เพื่อใช้เป็นข้อต่อรอง หากเกิดเหตุการณ์ที่พลเรือนหรือทหารอิสราเอลถูกจับตัวไปอีกในอนาคต
ทว่าสิ่งที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือในจำนวนศพทั้งหมด ไม่ได้มีเพียงกลุ่มนักรบที่ร่วมปฏิบัติการอัลอักซอเมื่อวันที่ 7 ต.ค. เท่านั้น แต่ยังรวมถึงพลเรือนชาวปาเลสไตน์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ตลอดจนศพของชาวอิสราเอลเองอีก 13 รายรวมอยู่ด้วย
กลุ่มนักกฎหมายและแม้กระทั่งที่ปรึกษากฎหมายของหน่วย Shin Bet เอง ได้ยื่นคำร้องต่อศาลสั่งการสูงสุด โดยชี้ว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการยึดร่างของพลเรือนที่ไม่ได้ร่วมการสู้รบ เนื่องจากไม่มีมติคณะรัฐมนตรีรองรับ นับตั้งแต่นักโทษอิสราเอลรายสุดท้ายถูกส่งมอบคืนจากกาซาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
นอกจากประเด็นเรื่องร่างผู้เสียชีวิต สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเรือนจำอิสราเอลยังเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง โดย Times of Israel อ้างข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ว่า มีชาวปาเลสไตน์ถูกคุมขังโดยไม่มีการตั้งข้อหาหรือไต่สวนมากกว่า 3,100 ราย และอีกเกือบ 4,800 รายถูกขังในฐานะคดีความมั่นคง
ที่น่ากังวลคือ กลุ่มผู้ถูกคุมขังโดยไร้ความผิดยังรวมถึงเด็กชาวปาเลสไตน์อีกเกือบ 200 คน ซึ่งตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปีก่อนหน้า โดยบางรายถูกกักขังยาวนานเกินกว่าหนึ่งปีโดยไม่มีโอกาสได้สู้คดี
รายงานยังระบุถึงศูนย์คุมขังเด็ดขาดอย่าง สเด ตีมาน (Sde Teiman) ซึ่งถูกระบุว่าเป็นสถานที่กักขังชาวปาเลสไตน์มากกว่า 1,300 รายที่ถูกจับตัวระหว่างการสู้รบ โดยมีรายงานจากหน่วยงานสหประชาชาติและองค์กรสิทธิมนุษยชนสากลอย่าง Amnesty International ยืนยันถึงการยกระดับใช้ความรุนแรง การทรมานทางเพศ และการทารุณกรรมผู้ต้องขังอย่างเป็นระบบ








