ชาวอัฟกานิสถานหลายร้อยคนรวมตัวในกรุงคาบูลเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปีที่ตาลีบันกลับมาครองอำนาจ ท่ามกลางเสียงเพลง การเต้นรำ และการโบกธงสีขาวของรัฐบาลตาลีบัน
เอเอฟพีรายงานว่า ผู้สนับสนุนตาลีบันรวมตัวกันเมื่อวันเสาร์ (15 ส.ค.) ห่างจากอดีตสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงคาบูลเพียงไม่กี่เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของการมีอยู่ของกองกำลังต่างชาติ ก่อนการถอนทัพอย่างวุ่นวายในปี 2021
ผู้คนจำนวนมากเดินทางด้วยรถยนต์และรถกระบะ บางส่วนโผล่ออกมาจากหน้าต่าง หลังคาซันรูฟ หรือท้ายรถ พร้อมโบกธงสีขาวของรัฐบาลตาลีบัน ขณะที่บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงเพลงรักชาติและเสียงประทัด

ผู้ร่วมงานบางคนสวมชุดทหารและคาดผ้าคาดศีรษะสีแดงหรือขาว ขณะที่เด็กหลายคนถือปืนของเล่นเลียนแบบอาวุธทหาร บางคันติดถังน้ำมันสีเหลืองจำลอง ซึ่งสื่อถึงอุปกรณ์ที่ตาลีบันเคยใช้ทำระเบิดแสวงเครื่องในช่วงตลอดสองทศวรรษก่อนกลับมาครองอำนาจ
สมาชิกตาลีบันบางคนเข้าร่วมเต้น อัตตัน (Attan) ซึ่งเป็นการเต้นรำพื้นเมืองของชาวปาทาน ขณะที่บางรายสะพายปืนเอเค-47 และมีผู้ถือเครื่องยิงจรวดอาร์พีจีร่วมอยู่ในฝูงชนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายและเด็ก
โมฮัมหมัด ดาวูด ราห์มานี นักธุรกิจก่อสร้างวัย 28 ปีจากกันดาฮาร์ กล่าวกับเอเอฟพีว่า เขามีความหวังและมีความสุขกับอนาคตของอัฟกานิสถาน พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐบาลตาลีบันมากขึ้น
อาซิฟ ข่าน บารักไซ ชาวกรุงคาบูลวัย 21 ปี กล่าวว่า เขารู้สึกขอบคุณผู้นำสูงสุดของตาลีบันและกองกำลังความมั่นคงที่ทำให้เกิด “บรรยากาศที่สงบสุข” พร้อมระบุว่า การกลับมาของ “เอมิเรตอิสลาม” ทำให้เขารู้สึกถึงความสงบ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในอัฟกานิสถาน
อย่างไรก็ตาม เอเอฟพีรายงานว่า การเฉลิมฉลองเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์ต่อตาลีบันจากการบังคับใช้การตีความกฎหมายอิสลามอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะข้อจำกัดต่อผู้หญิงและเด็กหญิง
ระหว่างงาน ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งสวมชุดชาดอร์สีเขียวคลุมร่างและผ้าคลุมศีรษะสีดำถูกเจ้าหน้าที่ห้ามถ่ายรูปกับธงตาลีบัน ก่อนออกจากพื้นที่ เอเอฟพีระบุ
รัฐบาลประกาศให้วันเสาร์เป็นวันหยุดราชการแห่งชาติ โดยกิจกรรมเฉลิมฉลองกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในกรุงคาบูล ขณะที่ร้านค้าบางแห่งปิดทำการและการจราจรในเมืองหลวงเบาบางลงกว่าปกติ
เหนือพื้นที่จัดงานมีเฮลิคอปเตอร์ทหารบินผ่าน ขณะที่เสียงเพลงทางศาสนาและเพลงรักชาติดังก้องไปทั่วบริเวณ ทว่าเลยจุดตรวจเข้าสู่พื้นที่ซึ่งเคยเป็นเขตที่ตั้งของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และต่างชาติ ถนนหลายสายกลับเงียบสงบอย่างเห็นได้ชัด.








