รายงานฉบับใหม่จากศูนย์วิจัยและข้อมูลประจำรัฐสภาอิสราเอล (Knesset) ซึ่งเปิดเผยผ่านหนังสือพิมพ์ Maariv ชี้ให้เห็นถึงปัญหาย้ายถิ่นฐานที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าจำนวนชาวอิสราเอลที่ตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่อาศัยในประเทศลดลงถึง 53% จากราว 8,000 คนในปี 2020 เหลือเพียง 3,800 คนในปี 2024 ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา
การลดลงของผู้อย้ายกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับจำนวนชาวอิสราเอลที่ย้ายออกไปพำนักในต่างประเทศระยะยาว ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่ปี 2022 ส่งผลให้อิสราเอลเผชิญภาวะดุลการย้ายถิ่นฐานติดลบ โดยในช่วงปี 2022-2024 ตัวเลขประชากรสุทธิสูญเสียชาวอิสราเอลไปรวมกว่า 140,000 คน
สถิติสำคัญจากรายงานของรัฐสภาอิสราเอล:
กลุ่มวัยทำงานย้ายกลับน้อยลง: มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่ย้ายกลับมาในปี 2024 และ 2025 มีอายุระหว่าง 28–60 ปี ซึ่งเป็นสัดส่วนของวัยแรงงานที่สูงเมื่อเทียบกับประชากรโดยรวม
การย้ายกลับจากสหรัฐฯ ร่วงหนัก: สหรัฐอเมริกาเคยเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดของผู้ย้ายกลับ (คิดเป็น 45% ของทั้งหมด) แต่ตัวเลขลดลงจาก 3,700 คนในปี 2020 เหลือเพียง 1,500 คนในปี 2024
ระยะเวลาในต่างแดน: ประมาณ 70% ของผู้ที่ย้ายกลับเคยอาศัยอยู่ต่างประเทศนานกว่า 5 ปี และเกือบ 1 ใน 3 อาศัยอยู่ต่างแดนนานเกิน 10 ปี
อุปสรรคเชิงโครงสร้างและสวัสดิการ
รายงานระบุว่า นอกจากสถานการณ์สงครามที่อิสราเอลเปิดฉากสู้รบในหลายประเทศเพื่อนบ้านนับตั้งแต่ปี 2023 แล้ว ชาวอิสราเอลในต่างแดนยังเผชิญกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจและระบบราชการอย่างหนัก ดังนี้:
ความเหลื่อมล้ำด้านสวัสดิการ: ผู้ที่ย้ายกลับมาได้รับความช่วยเหลือจากรัฐน้อยกว่าผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ (New Immigrants) อย่างมาก โดยเฉพาะการขาดสิทธิช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย
ภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ: ผู้ที่ขาดการส่งประกันสังคมขณะอยู่ต่างประเทศจะต้องรอคิวนานถึง 6 เดือนจึงจะใช้สิทธิประกันสุขภาพของรัฐได้ หรือต้องจ่ายเงินยกเว้นการรอคิวนสูงถึง 16,860 เชเคิล (ประมาณ 1.7 แสนบาท) ส่งผลให้ 94% ของผู้ย้ายกลับในช่วงปี 2022–2024 ต้องตกอยู่ในภาวะไม่มีประกันสุขภาพคุ้มครอง
ตลาดแรงงานและสถานะคู่สมรส: การหางานที่ได้รับค่าตอบแทนเหมาะสมทำได้ยาก ขณะที่กระบวนการขอสถานะทางกฎหมายให้คู่สมรสชาวต่างชาติใช้เวลานานถึง 5–7 ปี
ภัยสงครามและการต่อต้านยิวในต่างแดน
ปัจจัยด้านความมั่นคงจากการที่อิสราเอลดำเนินปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาค ทั้งในกาซา เวสต์แบงก์ เลบานอน ซีเรีย อิหร่าน รวมถึงอิรัก เยเมน และกาตาร์ ทำให้ชาวอิสราเอลลังเลที่จะเดินทางกลับ ขณะเดียวกัน ปัญหาการต่อต้านยิว (Antisemitism) ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ก็กลายเป็นปัจจัยซับซ้อนที่กดดันการตัดสินใจของชาวอิสราเอลในต่างแดนเช่นกัน
กิลาด คาริฟ (Gilad Kariv) ประธานคณะกรรมาธิการการย้ายถิ่นฐานและการดูดซับประชากรของรัฐสภาอิสราเอล ได้ออกมาเตือนถึงสถานการณ์นี้อย่างตรงไปตรงมาว่า “ตั้งแต่ผมรับตำแหน่ง ผมได้เตือนถึงสึนามิของการย้ายออกจากประเทศมาโดยตลอด” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เข้ามาแต่งตั้งและประสานงานเพื่อแก้ไขวิกฤตนี้อย่างเร่งด่วน








