กองทัพอิสราเอลยอมรับเป็นครั้งแรกว่า ทหารของตนเปิดฉากยิงใส่รถยนต์ที่มี ฮินด์ ราจับ เด็กหญิงชาวปาเลสไตน์วัย 5 ขวบโดยสารอยู่ในกาซา พร้อมเปิดการสอบสวนทางอาญา หลังเคยปฏิเสธมาตลอดว่าไม่มีกำลังทหารอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ
ตามรายงานของซีเอ็นเอ็น กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลง เมื่อวันพุธ (19 ส.ค.) ว่า ผลการตรวจสอบพบว่าทหารยิงใส่รถคันหนึ่งที่กำลังเคลื่อนเข้าหาพื้นที่ปฏิบัติการ ส่งผลให้ผู้โดยสารเสียชีวิต 5 คน ขณะที่ฮินด์และลายาน ฮามาดา ลูกพี่ลูกน้อง รอดชีวิตจากการยิงระลอกแรก ก่อนที่ฮินด์จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2567 ขณะที่ครอบครัวของฮินด์พยายามอพยพออกจากพื้นที่ทางเหนือของกาซา รถของพวกเขาถูกยิงจนพรุนด้วยกระสุน และฮินด์โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยปาเลสไตน์นานหลายชั่วโมง เสียงร้องขอชีวิตของเด็กหญิงกลายเป็นหนึ่งในหลักฐานที่สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ IDF เคยระบุว่า การสอบสวนเบื้องต้นพบว่าทหาร “ไม่ได้อยู่ใกล้รถหรืออยู่ในระยะยิง” ระหว่างเกิดเหตุ แต่แถลงการณ์ล่าสุดยอมรับว่าทหารเป็นผู้ยิงรถจริง และตัดสินใจเปิดการสอบสวนโดยกองสอบสวนคดีอาญาของตำรวจทหาร
กองทัพยังระบุว่า มีข้อบ่งชี้ถึง “ความล้มเหลวในการประสานงาน” การเคลื่อนที่ของรถพยาบาลสภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ ซึ่งถูกส่งไปรับตัวฮินด์ ก่อนจะถูกยิงจนเจ้าหน้าที่กู้ภัย 2 คนเสียชีวิต
การเสียชีวิตของฮินด์เป็นหนึ่งในสองคดีสำคัญที่กองทัพอิสราเอลประกาศสอบสวนทางอาญา ภายใต้รายงานทบทวนเหตุการณ์สงครามกาซาฉบับแรก ซึ่งตรวจสอบเหตุการณ์ทั้งหมด 150 กรณีตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2566
ในวันเดียวกัน IDF ยังเปิดสอบสวนคดีสังหารเจ้าหน้าที่แพทย์และกู้ภัย 15 คน เมื่อเดือนมีนาคม 2568 หลังยอมรับว่าการยิงดังกล่าว “มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการกระทำผิดทางอาญา”
อย่างไรก็ตาม กองทัพกลับตัดสินใจ ไม่เปิดคดีอาญา ในอีก 3 เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การโจมตีเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ขององค์กรเวิลด์ เซ็นทรัล คิทเชน (WCK) 7 คน และการโจมตีที่พักกับขบวนรถขององค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตรวม 4 คน
ริยาด มันซูร์ เอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำสหประชาชาติ วิจารณ์ว่า การสอบสวนของอิสราเอลที่ผ่านมา “ไม่เป็นอิสระและไม่น่าเชื่อถือ” พร้อมระบุว่า ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้รับผิดชอบถูกจับกุมดำเนินคดี
ด้าน มูลนิธิฮินด์ ราจับ ซึ่งติดตามดำเนินคดีการละเมิดในกาซา ออกแถลงการณ์ระบุว่า คดีส่วนใหญ่ที่กองทัพอิสราเอลสอบสวนมักจบลงโดยไม่มีการดำเนินคดีหรือบทลงโทษที่มีความหมาย และแม้มีการตัดสินลงโทษ ก็เป็นเพียงมาตรการทางวินัยหรือโทษที่เบาอย่างยิ่ง
ขณะที่องค์กรเวิลด์ เซ็นทรัล คิทเชน และรัฐบาลออสเตรเลีย ต่างประณามการที่อิสราเอลไม่ดำเนินคดีอาญาต่อผู้เกี่ยวข้องกับการสังหารเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ โดยระบุว่าเป็นการตัดสินใจที่ต่ำกว่ามาตรฐานความรับผิดที่ประชาคมโลกคาดหวัง








