
ท่ามกลางกระแสสังคมที่จับตาเครือข่ายชาวยิวในประเทศไทย ทั้งประเด็นพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอิสราเอล การขยายตัวของชุมชนในเมืองท่องเที่ยว และการเร่งตรวจสอบธุรกิจต่างชาติที่เข้าข่ายใช้นอมินี เดอะพับลิกโพสต์ตรวจสอบพบว่า เครือข่ายศูนย์ชาบัดแห่งประเทศไทย (Chabad House of Thailand) เคยจัดงานกาลาดินเนอร์ที่นครนิวยอร์กเมื่อปี 2567 เพื่อเปิดโครงการระดมทุน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับขยายศูนย์ชาบัด 12 แห่งทั่วประเทศไทย รวมถึงโครงการขนาดใหญ่ในซอยสุขุมวิท 22 กรุงเทพมหานคร
แม้โครงการดังกล่าวจะเป็นการระดมทุนขององค์กรศาสนายิว แต่รายละเอียดการลงทุนและการขยายเครือข่ายในพื้นที่อย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย พะงัน เชียงใหม่ และปาย กำลังถูกนำกลับมาถกเถียงอีกครั้งในบริบทที่ภาครัฐไทยเดินหน้าตรวจสอบโครงสร้างธุรกิจของชาวต่างชาติอย่างเข้มข้น
จากแรบไบต่างชาติ สู่พลเมืองไทย
ผู้ขับเคลื่อนเครือข่ายชาบัดในไทยคือ “แรบไบโยเซฟ คันตอร์” และภรรยา “เนคามา คันตอร์” ซึ่งเดินทางมาประเทศไทยตั้งแต่ปี 2536 เพื่อจัดตั้งศูนย์ชุมชนชาวยิวแห่งแรกในกรุงเทพมหานคร ก่อนจะขยายภารกิจไปยังจังหวัดท่องเที่ยวที่มีชาวอิสราเอลเดินทางเข้ามาจำนวนมาก
ตลอดกว่า 30 ปี เครือข่ายชาบัดเติบโตจากศูนย์ขนาดเล็ก สู่เครือข่ายชุมชนและศูนย์ศาสนามากกว่า 12 แห่งทั่วประเทศ โดยแรบไบโยเซฟได้รับสัญชาติไทยในปี 2560 และปัจจุบันเป็นผู้นำศาสนายิวที่มีบทบาทสำคัญในประเทศไทย

งานเลี้ยงที่นิวยอร์ก จุดเริ่มต้นโครงการพันล้าน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ที่โรงแรม TWA Hotel โรงแรมภายในท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี (JFK) นครนิวยอร์ก ซึ่งชาบัดแห่งประเทศไทยจัดงานกาลาดินเนอร์ฉลองครบรอบ 30 ปี พร้อมเปิดตัว โครงการระดมทุนเพื่อการก่อสร้าง (Capital Campaign) มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,000 ล้านบาท
เว็บไซต์ COLlive และเว็บไซต์ทางการ Jewish Thailand ระบุว่า เงินก้อนดังกล่าวเป็น กองทุนก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่งบดำเนินงานประจำ โดยจะกระจายงบประมาณให้ศูนย์ชาบัดทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศไทย
เงิน 30 ล้านดอลลาร์จะนำไปทำอะไร
ข้อมูลในเว็บไซต์ทางการของชาบัดแห่งประเทศไทยระบุว่า แคมเปญระดมทุน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น กองทุนก่อสร้าง ครอบคลุมทั้งศูนย์ศาสนา อาคารชุมชน การศึกษา และระบบอาหารโคเชอร์ ที่จะแบ่งงบประมาณให้กับศูนย์ชาบัดทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนชาวยิวและนักท่องเที่ยวในระยะยาว
โครงการหลักประกอบด้วย
◾️ ซอยสุขุมวิท 22 ศูนย์ชุมชนเซิร์นเนอร์ (Zerner Campus) ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวยิวในประเทศไทย และ โบสถ์เบธ เอลีเชวา (Beth Elisheva)
◾️ ภูเก็ต และเกาะสมุย ขยายอาคารเพื่อรองรับผู้เข้าร่วมพิธีชับบัตหลายร้อยคนในแต่ละสัปดาห์
◾️ ปาย ก่อสร้างมิคเวห์ หรือ สระชำระล้างตามหลักศาสนายิว แห่งแรกในพื้นที่
◾️ เชียงใหม่ และเกาะพะงัน พัฒนาศูนย์ถาวรบนที่ดินที่องค์กรถือครองอยู่แล้ว เพื่อรองรับชุมชนและนักเดินทางระยะยาว
◾️ กรุงเทพฯ อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ สร้าง ชานีส์ คิทเช่น (Chani’s Kitchen) ศูนย์โลจิสติกส์และครัวกลางในกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะทำหน้าที่ผลิตและกระจายอาหารโคเชอร์ให้กับศูนย์ชาบัดทั่วประเทศไทย
เอกสารโครงการในขณะนั้นยังระบุว่า เครือข่ายมีแผนเปิด ศูนย์ชาบัดเพิ่มเติมอีก 6 แห่ง ในอนาคต เพื่อขยายการให้บริการด้านศาสนาและการศึกษาสำหรับชาวยิวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
ศูนย์ชุมชนเซิร์นเนอร์ เดิมพันใหญ่ในสุขุมวิท 22
โครงการเรือธงของแผนลงทุนคือ ศูนย์ชุมชนเซิร์นเนอร์ หรือ เซิร์นเนอร์ แคมปัส (Zerner Campus) ซึ่งจะก่อสร้างบนพื้นที่ของ สมาคมชาวยิวแห่งประเทศไทย ในซอยสุขุมวิท 22 กรุงเทพมหานคร โดยถูกวางให้เป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวยิวในประเทศไทย
โครงการนี้พัฒนาภายใต้แนวคิด “One Location for All Jewish Life” หรือ “ศูนย์กลางสำหรับทุกมิติของชีวิตชาวยิว” เพื่อรวบรวมกิจกรรมด้านศาสนา การศึกษา และชุมชนไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่พิธีกรรมประจำสัปดาห์ เทศกาลสำคัญ การศึกษาศาสนา ไปจนถึงกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว

องค์ประกอบหลักของโครงการประกอบด้วย
◾️ โบสถ์เบธ เอลีเชวา (Beth Elisheva Synagogue) โบสถ์ยิวอัชเคนาซีแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
◾️ ศูนย์ชุมชนและห้องจัดกิจกรรมสำหรับชาวยิวในประเทศไทย
◾️ ห้องเรียนและศูนย์การศึกษาศาสนายิวสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
◾️ พื้นที่จัดงานชับบัต (Shabbat) และเทศกาลสำคัญตลอดทั้งปี
◾️ พื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวและผู้พำนักชาวยิวที่เดินทางมายังประเทศไทย
ชื่อ Beth Elisheva ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ เอลิซาเบธ (เอลีเชวา) โรเซนเบิร์ก เซิร์นเนอร์ บุตรสาวชาวไทยของครอบครัวยิวรุ่นแรกในประเทศ ผู้บริจาคที่ดินสำหรับสร้างโบสถ์เมื่อปี 2522 ซึ่งนับเป็นรากฐานสำคัญของสมาคมชาวยิวแห่งประเทศไทย
หน้าแรกของเว็บไซต์ BethElisheva ระบุว่า โครงการ Zerner Campus มีเป้าหมายระดมงบพัฒนารวม 7,715,998 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 255 ล้านบาท โดย ณ เวลาที่เผยแพร่ข้อมูล สามารถระดมทุนได้แล้ว 1,229,900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 40.6 ล้านบาท คิดเป็นราว 16% ของเป้าหมายทั้งหมด
โครงการ Zerner Campus จึงไม่ใช่เพียงการสร้างโบสถ์แห่งใหม่ แต่เป็นการยกระดับพื้นที่ประวัติศาสตร์ของชุมชนชาวยิวในไทยให้เป็นศูนย์กลางถาวรของเครือข่ายชาบัดแห่งประเทศไทย รองรับทั้งชุมชนชาวยิวในประเทศและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในระยะยาว
ทำไมศูนย์ชาบัดจึงกระจุกในเมืองท่องเที่ยว
ลักษณะเฉพาะของเครือข่ายชาบัดคือการตั้งศูนย์ในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยหนุ่มสาวที่เดินทางหลังปลดประจำการทหาร ซึ่งองค์กรระบุว่าทำหน้าที่เป็น “บ้านหลังที่สอง” ให้ผู้เดินทาง ทั้งการประกอบพิธีทางศาสนา อาหารโคเชอร์ ที่พักชั่วคราว และกิจกรรมชุมชน
โมเดลนี้ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของชาบัดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นเหตุผลที่โครงการลงทุนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ
จังหวะเดียวกับกระแสตรวจนอมินี
แม้การระดมทุนจะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2567 แต่กลับถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง หลังรัฐบาลไทยเร่งตรวจสอบธุรกิจต่างชาติที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทน หรือ “นอมินี” ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลายจังหวัด
ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบธุรกิจและทรัพย์สินของชาวต่างชาติในภูเก็ต สมุย และพะงัน พร้อมย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายมุ่งตรวจสอบการประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติต่อเชื้อชาติหรือศาสนาใดเป็นพิเศษ
อ้างอิง
- https://www.chabad.org/news/article_cdo/aid/5560513/jewish/In-Bangkok-a-New-7-Million-Home-Away-From-Home-for-Jewish-Travelers.htm
- https://collive.com/chabad-of-thailand-holds-gala-dinner-at-twa-hotel/
- https://bethelisheva.com/







