เจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกาได้พบหารือกับตัวแทนกองกำลังฮูซีแห่งเยเมนที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ โดยการพบกันครั้งนี้ไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน

รอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวนิรนาม 3 ราย ระบุว่า การประชุมจัดขึ้นภายในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงมัสกัต และมีแหล่งข่าว 2 รายกล่าวว่ารัฐบาลโอมาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในภูมิภาคมาอย่างยาวนาน เป็นผู้ช่วยประสานให้เกิดการพบปะแบบเผชิญหน้าระหว่างทั้งสองฝ่าย

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า กองกำลังฮูซีได้ติดต่อรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขอให้วอชิงตันไม่เข้าแทรกแซงสงครามในเยเมน ขณะที่รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่าสหรัฐฯ มีการติดต่อโดยตรงกับกลุ่มดังกล่าว แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

นักวิเคราะห์: สหรัฐฯ ยังไม่ต้องการเข้าไปพัวพันสงครามเยเมน

ลอเรนโซ คาเมล ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยตูริน ให้สัมภาษณ์กับอัลจาซีราว่า กองกำลังฮูซีมีอิทธิพลต่อซาอุดีอาระเบียมากกว่าช่วงหลายปีแรกของสงคราม เนื่องจากควบคุมพื้นที่บริเวณช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญ ขณะที่ระเบียบความมั่นคงในภูมิภาคกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เขามองว่า อิหร่านยังคงมีอำนาจต่อรองกับสหรัฐฯ ในระดับหนึ่ง และกล่าวว่าเตหะรานกำลังใช้ตลาดโลกเป็นเครื่องมือสร้างแรงกดดันต่อสหรัฐฯ ในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

คาเมลระบุด้วยว่า กองกำลังฮูซียังคงใช้สถานการณ์ปัจจุบันเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการปกครองและเพิ่มอำนาจต่อรองกับซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ริยาดกำลังเผชิญผลกระทบจากการพึ่งพาสหรัฐฯ ด้านการป้องกันประเทศมาอย่างยาวนาน

นักวิเคราะห์รายนี้สรุปว่า ในเวลานี้วอชิงตันยังไม่มีความเต็มใจที่จะเข้าไปมีบทบาททางทหารในสงครามเยเมน และการเยือนอียิปต์ของมกุฎราชกุมารมุฮัมมัด บิน ซัลมาน เพื่อแสวงหาการสนับสนุน อาจไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากไคโรยังคงเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ