ด้าน ราคุเทน โคโบ ผนึก เมพ คอร์ปอเรชั่น รับปัจจัยบวกรุกตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กเพิ่ม พร้อมเปิดกลยุทธ์เชื่อมออนไลน์-ออฟไลน์ จับมือ B2S เปิด Kobo Flagship Store

ราคุเทน โคโบ ยักษ์ใหญ่เครื่องอ่านหนังสือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Reader) หรือ เครื่องอ่านอีบุ๊ก (E-Book) ผนึก เมพ คอร์ปอเรชั่น เจ้าตลาดแพลตฟอร์มอีบุ๊กและผู้จัดจำหน่ายเครื่องอ่านอีบุ๊กไทย เผยตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่ง คนนิยมอ่านด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 66% ด้านพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ขอเว้นวรรคโลกสังคมออนไลน์ (Social Media Detox) หันหาการอ่านเพื่อพักผ่อนและพัฒนาตนเอง ส่งผลบวกเครื่องอ่านอีบุ๊ก ราคุเทน โคโบ ยอดขายพุ่งตั้งแต่เปิดตัว ล่าสุดลุยเดินหน้ากลยุทธ์เชื่อมช่องทางออนไลน์-ออฟไลน์แบบไร้รอยต่อ (Omnichannel) เปิดเว็บไซต์ ReaderShip.me ขายออนไลน์ พร้อมจับมือ B2S เปิด Kobo Flagship Store 4 สาขา

มร. จูเลียน โจว ผู้จัดการทั่วไป ราคุเทน โคโบ เอเชีย กล่าวว่า การเปิดตัวเครื่องอ่านอีบุ๊ก Rakuten Kobo อย่างเป็นทางการร่วมกับ MEB Corporation ในช่วงต้นปี 2026 ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นแต่ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กของไทยก็แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับตลาดอีบุ๊กของไทยที่จะยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อไปอีก 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า สอดคล้องกับทิศทางของตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งข้อได้เปรียบสำคัญของประเทศไทย คือ กลุ่มประชากรคนรุ่นใหม่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล รักการอ่าน ตื่นตัวและกระตือรือร้นต่อการเสพเนื้อหาดิจิทัล สิ่งนี้นับเป็นปัจจัยเร่งชั้นดีต่อการผลักดันและนำเสนอเครื่องอ่านอีบุ๊กในฐานะอุปกรณ์การอ่านชั้นดี ที่ให้ทั้งความสะดวกสบาย และปกป้องสายตาด้วยเทคโนโลยี ComfortLight PRO ที่ช่วยลดแสงสีฟ้าโดยอัตโนมัติตลอดทั้งวัน ทำให้สามารถอ่านหนังสือได้นานขึ้น มีสมาธิมากขึ้น และปราศจากสิ่งรบกวนเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต นอกจากนั้นในเชิงกลยุทธ์ ราคุเทน โคโบ ได้วางตำแหน่งให้ประเทศไทยให้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการขยายตัวเครื่องอ่านอีบุ๊กในระดับอาเซียนและเอเชียด้วย

ส่วนความร่วมมือกับ บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายและเป็นกุญแจสำคัญที่นำแบรนด์ ราคุเทน โคโบ สู่นักอ่านชาวไทยได้อย่างตรงจุด โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกของตลาดประเทศไทยมาช่วยสนับสนุนการขยายตลาดผ่านช่องทางค้าปลีกในประเทศ รวมถึงยังได้ขยายช่องทางในการเข้าถึงเครื่องอ่านอีบุ๊ก ราคุเทน โคโบ ผ่านจุดให้บริการค้าปลีกทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์เพิ่มเติมอีกด้วย ส่วนการสร้างการรับรู้ในแบรนด์นั้น ได้ร่วมกันสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าและนักอ่านผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งงานสัปดาห์หนังสือ กลุ่มคอมมูนิตี้ต่างๆ ในประเทศไทย และช่องทางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมแนะนำคลังหนังสือสู่กลุ่มผู้อ่านภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ ของ ราคุเทน โคโบ กว่า 8 ล้านเล่ม โดยวางเป้าเจาะกลุ่มโรงเรียนนานาชาติทั่วประเทศไทยที่มีมากถึง 280 แห่ง และมีเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

ด้านนายรวิวร มะหะสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (หรือ “เมพ คอร์ปอเรชั่น”) เผยถึงทิศทางของตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กว่า แนวโน้มของตลาดโลกและไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ข้อมูลจากรายงานของ Mordor Intelligence ประเมินว่าตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กโลกจะเติบโตประมาณ 8.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 และจะสูงถึง 11.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2574 (เติบโตเฉลี่ย 6.24%) กลุ่มประเทศที่มีการเติบโตเร็วที่สุดคือ Asia Pacific สอดรับกับพฤติกรรมนักอ่านไทยที่หันมาบริโภคคอนเทนต์ดิจิทัลมากขึ้น ข้อมูลจากสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เผยว่า มูลค่าตลาดหนังสือไทยปี 2569 คาดว่าจะโตแตะ 21,000 ล้านบาท เป็นการอ่านเนื้อหาบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 66% อ่านบนกระดาษ 34% โดยการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการอ่านด้านเพศและอายุไม่มีความแตกต่างกัน แม้กลุ่มผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป ก็มีการอ่านเนื้อหาบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 64%-66%

แม้ว่าจะสามารถอ่านอีบุ๊กบนสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้ แต่จากเทรนด์การเว้นวรรคโลกสังคมออนไลน์ (Social Media Detox) โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนที่เริ่มทำงานที่ตระหนักถึงความเหนื่อยล้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็ปเล็บ และ สมาร์ตโฟนที่มีแสงสีฟ้า รวมถึงต้องการหลีกเลี่ยงเสียงเตือนของโซเชียลมีเดีย โดยหันมาอ่านหนังสือเพื่อความบันเทิง พักผ่อน รวมถึงการพัฒนาตนเอง การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ดังกล่าวส่งเสริมให้เกิดความต้องการเครื่องอ่านอีบุ๊กมากขึ้น เพราะสามารถเป็นพื้นที่ส่วนตัว ตอบโจทย์การอ่านที่ปราศจากสิ่งรบกวนได้อย่างแท้จริง ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตของตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กในประเทศไทยได้อย่างน่าสนใจ

ส่วนผลการตอบรับของตลาดหลังนำแบรนด์ ราคุเทน โคโบ เข้ามาจำหน่ายนั้น ถือว่าเป็นไปในเชิงบวกอย่างมาก จากจุดเด่นด้านความเป็น Premium E-Reader ทั้งการออกแบบ คุณภาพวัสดุ ความเสถียรของระบบที่ผู้ใช้งานให้ความสำคัญ ผนวกกับความมั่นใจในการมี เมพ คอร์ปอเรชั่น เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติมที่ทำให้ประหลาดใจจากที่ทางบริษัทฯ คาดไว้และแสดงถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยในการเลือกเครื่องอ่านอีบุ๊ก คือ การที่รุ่นท็อปหน้าจอสีอย่าง Kobo Libra Colour ได้รับความนิยมสูงสุด แซงหน้ารุ่นเริ่มต้น (Kobo Clara BW ราคา 6,490 บาท) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักอ่านไทยไม่ได้ตัดสินใจซื้อด้วยปัจจัยด้านราคาอย่างเดียว แต่พร้อมลงทุนกับอุปกรณ์ที่มอบประสบการณ์การอ่านที่ดีกว่า มีฟังก์ชันครบ (หน้าจอสี, จอใหญ่) และตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว

ดังนั้น เพื่อต่อยอดความสำเร็จ เมพ คอร์ปอเรชั่น จึงใช้จุดแข็งในความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคผสานความร่วมมือกับ B2S (ผู้เชี่ยวชาญด้านค้าปลีกที่เป็นผู้นำด้านธุรกิจหนังสือ และเครื่องเขียนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) เดินหน้ากลยุทธ์การเชื่อมโยงช่องทางออนไลน์และออฟไลน์แบบไร้รอยต่อ หรือ ออมนิแชนเนล (Omnichannel) อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเว็บไซต์ ReaderShip.me เป็นช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์หลักของผลิตภัณฑ์ พร้อมเปิด Kobo Flagship Store เพื่อจำหน่ายเครื่อง 3 รุ่น (Kobo Clara BW, Kobo Clara Colour และ Kobo Libra Colour) ให้ลูกค้าสามารถทดลองใช้งานจริงในร้าน B2S ใน 4 สาขาหลัก ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัลลาดพร้าว และเมกาบางนา รวมถึงยกระดับบริการหลังการขายด้วยการเชื่อมโยงหน้าร้าน B2S กับระบบออนไลน์ของ ReaderShip.me ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจในการรับประกัน การส่งซ่อม และการให้คำปรึกษาการใช้งานจากพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญ

ส่วนแผนการจำหน่ายในปี 2570 นั้น มองว่าจะเจาะเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ (New Segments) เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และคนวัยทำงานที่ต้องการเครื่องอ่านอีบุ๊กหน้าจอสี เพื่ออ่านไฟล์ PDF และเขียนสรุปหรือจดข้อความสำคัญได้ นอกจากนั้นในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 23 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 นั้น ทาง เมพ คอร์ปอเรชั่น ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ซื้อ Kobo Clara ทุกรุ่น รับฟรี Basic Sleep Cover มูลค่า 790 บาท และผู้ซื้อ Kobo Libra Colour รับฟรี Basic Sleep Cover มูลค่า 1,090 บาท พร้อมสติกเกอร์ Rakuten Kobo ทุกรุ่น นอกจากนี้ยังมีราคาพิเศษสำหรับอุปกรณ์เสริม เช่น ปากกา Kobo Stylus 2 และ Kobo Remote รวมถึงกิจกรรมลุ้นรับ Kobo Readimals Pin ของสะสมลิขสิทธิ์ 4 ลวดลาย โดยสามารถเยี่ยมชมและทดลองใช้งานได้ที่บูท G30 ฮอลล์ 5-7 และพิเศษสำหรับ Online Book Expo Thailand เพียงกรอกรหัส 26BETH ในขั้นตอนชำระเงินรับส่วนลด 20% ที่ https://www.kobo.com/th/en/p/online-book-expo-thailand-2026

สำหรับผู้สนใจข้อมูลเครื่องอ่านอีบุ๊ก ราคุเทน โคโบ สามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://readership.me