ภาพ Cencom

ค่าใช้จ่ายทางทหารของสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่านพุ่งสูงอย่างน้อย 47,100 ล้านดอลลาร์ ณ ช่วงกลางเดือนตุลาคม ตามการประเมินล่าสุดของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ที่เปิดเผยต่อ CBS News ซึ่งสูงกว่าตัวเลขที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เคยแจ้งต่อฝ่ายนิติบัญญัติเมื่อเดือนกรกฎาคมมากกว่า 25%

รายงานของ CBS News ระบุว่า ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ไปทดแทน โดกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประเมินไว้ประมาณ 29,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การทดแทนอุปกรณ์ทางทหารที่สูญเสียไปมีค่าใช้จ่ายราว 6,100 ล้านดอลลาร์ และอีกประมาณ 11,900 ล้านดอลลาร์เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การสนับสนุนกำลังพลสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมความเสียหายต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ซึ่งหลายแห่งตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน

เมื่อเดือนกรกฎาคม พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ แจ้งต่อฝ่ายนิติบัญญัติว่า สงครามมีค่าใช้จ่ายประมาณ 37,500 ล้านดอลลาร์ โดยไม่รวมความเสียหายต่อฐานทัพสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน

สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ (CBO) ประเมินเมื่อเดือนกันยายนว่า หากสงครามดำเนินต่อไปในระดับความรุนแรงค่อนข้างต่ำ สหรัฐฯ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 2,000–3,000 ล้านดอลลาร์ โดยค่าใช้จ่ายอาจสูงขึ้นหากเกิดการโจมตีตอบโต้ระหว่างสองฝ่ายรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม

รายงานของผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อเดือนกันยายนยังระบุว่า การใช้กระสุนและอาวุธจำนวนมากในสงครามทำให้คลังอาวุธของสหรัฐฯ เผชิญ “ภาวะขาดแคลนเชิงยุทธศาสตร์” ส่งผลให้กระทรวงกลาโหมต้องเร่งเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อเติมคลังอาวุธ

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ยื่นขอเงินสนับสนุนทางทหารเพิ่มเติมจากรัฐสภาเป็นเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายจากสงครามอิหร่าน แต่คำขอดังกล่าวยังไม่ได้รับการอนุมัติ ขณะที่สมาชิกพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้เฮกเซธชี้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายของสงครามให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สงครามสหรัฐกับอิหร่านกำลังเข้าสู่เดือนที่ 9 และยังไม่มีความชัดเจนว่าความขัดแย้งจะยุติลงเมื่อใด โดยทรัมป์เคยกล่าวว่า สหรัฐฯ อาจกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนหน้า หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลง