วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

รัฐมนตรีต่างประเทศอาหรับและชาติมุสลิม ประณามถ้อยแถลง “มหาอาณาจักรอิสราเอล” ของเนทันยาฮู

-

อาหรับนิวส์ – บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของชาติอาหรับและมุสลิม แถลงประณามถ้อยแถลงเกี่ยวกับ มหาอาณาจักรอิสราเอล หรือ “อิสราเอลที่ยิ่งใหญ่กว่า” (Greater Israel) ที่รายงานว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวขึ้น ภายหลังจากพันธมิตรฝ่ายขวาจัดของเขาออกมาเสนอการผนวกดินแดนปาเลสไตน์

ในแถลงการณ์ร่วม รัฐมนตรีต่างประเทศระบุว่าคำกล่าวของเนทันยาฮูและคณะรัฐมนตรีของเขาเป็น “การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจนและอันตราย”

“นอกจากนี้ยังเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติอาหรับ ต่ออธิปไตยของรัฐ และต่อสันติภาพและความมั่นคงระดับภูมิภาคและนานาชาติ” แถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักข่าวซาอุดีอาระเบีย (SPA) ระบุ

ผู้ลงนามประกอบด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย แอลจีเรีย บาห์เรน บังกลาเทศ ชาด คอโมโรส จิบูตี อียิปต์ แกมเบีย อินโดนีเซีย อิรัก จอร์แดน คูเวต เลบานอน ลิเบีย มัลดีฟส์ มอริเตเนีย โมร็อกโก ไนจีเรีย โอมาน ปากีสถาน ปาเลสไตน์ กาตาร์ เซเนกัล เซียร์ราลีโอน โซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมน รวมถึงเลขาธิการสันนิบาตอาหรับ องค์การความร่วมมืออิสลาม และสภาความร่วมมือรัฐอ่าว

รัฐมนตรีเหล่านี้ย้ำว่า “ในขณะที่ประเทศของพวกเขายังคงยืนยันความเคารพต่อความชอบธรรมระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเฉพาะมาตรา 2 วรรค 4 ที่ห้ามการใช้กำลังหรือการขู่ใช้กำลัง พวกเขาจะดำเนินนโยบายและมาตรการทุกประการเพื่อรักษาสันติภาพ เพื่อประโยชน์ของรัฐและประชาชนทุกฝ่ายในการบรรลุความมั่นคง เสถียรภาพ และการพัฒนา โดยห่างไกลจากมายาคติแห่งการครอบงำและการใช้อำนาจโดยกำลัง”

รัฐมนตรีเหล่านี้ยังตอบโต้การอนุมัติแผนตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ “E1” ของรัฐมนตรีสุดโต่งชาวอิสราเอล เบซาเลล สโมทริช และถ้อยแถลงเชิงเหยียดเชื้อชาติที่ปฏิเสธการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์

ชาติยุโรปหลายประเทศซึ่งวิตกกังวลต่อแผนดังกล่าวก็ออกมาเรียกร้องให้อิสราเอลหยุด โดยเยอรมนีเตือนว่า การตั้งถิ่นฐานใน “E1” และการขยายเมืองมาอาเล อาดูมิม จะยิ่งจำกัดการเคลื่อนไหวของชาวปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์ ด้วยการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนและตัดการเชื่อมต่อจากเยรูซาเล็มตะวันออก

ในแถลงการณ์ร่วม ระบุว่า แผนอิสราเอลถือเป็น “การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง และเป็นการโจมตีอย่างชัดแจ้งต่อสิทธิอันไม่อาจเพิกถอนได้ของประชาชนปาเลสไตน์ในการจัดตั้งรัฐเอกราชอธิปไตยตามเส้นแบ่งวันที่ 4 มิถุนายน 1967 โดยมีเยรูซาเล็มที่ถูกยึดครองเป็นเมืองหลวง”

พวกเขาเตือนว่า การที่อิสราเอลเมินเฉยต่อสิทธิของชาวปาเลสไตน์ เพื่อนบ้าน และประชาคมโลกโดยสิ้นเชิง “เป็นการโหมเชื้อไฟให้วงจรความรุนแรงและความขัดแย้ง และบ่อนทำลายโอกาสในการบรรลุสันติภาพที่ยุติธรรมและครอบคลุมในภูมิภาค”

บรรดารัฐมนตรี “ย้ำการปฏิเสธและประณามอาชญากรรมการรุกราน การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และการทำความสะอาดชาติพันธุ์ของอิสราเอล” พร้อมยืนยันความจำเป็นต้องหยุดยิงในฉนวนกาซา และ “รับประกันการเข้าถึงด้านมนุษยธรรมโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อยุตินโยบายการทำให้ประชาชนอดตายอย่างเป็นระบบที่อิสราเอลใช้เป็นอาวุธฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”

ท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติ อิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์แล้วอย่างน้อย 61,827 คน ในสงครามล้างแค้นที่กาซาตั้งแต่การโจมตีโดยฮามาสทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งทำให้ชาวอิสราเอลเสียชีวิต 1,219 คน และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันหลายสิบคน ส่วนใหญ่ได้รับการปล่อยตัวแล้วจากการเจรจา

อิสราเอลยังคงปิดกั้นหน่วยงานด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศไม่ให้ส่งอาหารไปถึงผู้ลี้ภัยที่กำลังอดอยาก หลังจากได้สร้างความเสียหายแทบสิ้นเชิงแก่ฉนวนกาซาแล้ว

เรื่องล่าสุด