อินเดียขยับหมากครั้งสำคัญในสนามปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยแผนสร้าง “เมืองข้อมูล” (data city) ขนาดมหาศาล เพื่อเร่งไล่ตามสหรัฐฯ และจีนในการแข่งขันเทคโนโลยีระดับโลก โดยเลือกเมืองวิสาขปัตนัม (Visakhapatnam) ในรัฐอานธรประเทศ เป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศ
นรา โลเกช รัฐมนตรีเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐอานธรประเทศ ระบุว่า การปฏิวัติ AI ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และอินเดีย “ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องโอบรับมัน” ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลในการลดช่องว่างด้านเทคโนโลยีกับมหาอำนาจโลก
โลเกชกล่าวกับสำนักข่าว เอเอฟพี ก่อนการประชุมสุดยอด AI ระดับนานาชาติในกรุงนิวเดลีว่า รัฐอานธรประเทศสามารถดึงข้อตกลงการลงทุนรวมมูลค่ากว่า 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากโครงการกว่า 760 โครงการ หนึ่งในนั้นคือการลงทุนมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ ของ กูเกิล เพื่อสร้างศูนย์โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ใหญ่ที่สุดนอกสหรัฐฯ
นอกจากนี้ บริษัทร่วมทุนระหว่าง รีไลแอนซ์ อินดัสทรีส์, บรูคฟิลด์ และ ดิจิทัล เรียลตี้ ยังประกาศลงทุนอีก 11,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาศูนย์ข้อมูล AI ในเมืองเดียวกัน
จากเมืองท่ากีฬา สู่แกนเทคโนโลยีแห่งชาติ
วิสาขปัตนัม เมืองท่าทางตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดียที่มีประชากรราว 2 ล้านคน เดิมเป็นที่รู้จักจากสนามคริกเก็ตระดับนานาชาติ แต่ขณะนี้กำลังถูกผลักดันให้เป็นจุดขึ้นฝั่งของสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำ เชื่อมอินเดียกับสิงคโปร์ และเป็นแกนกลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
โลเกชอธิบายว่า “เมืองข้อมูล” จะถูกพัฒนาเป็นระบบนิเวศเดียวกันในรัศมี 100 กิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับความกว้างของไต้หวันทั้งเกาะ
ไม่ใช่แค่ดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม
รัฐมนตรีวัย 43 ปี ซึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และเป็นบุตรของมุขมนตรีรัฐอานธรประเทศ เอ็น. จันทรบาบู ไนดู ย้ำว่า แผนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ศูนย์ข้อมูล แต่ครอบคลุมอุตสาหกรรมทั้งหมด ตั้งแต่ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ ระบบปรับอากาศ ระบบหล่อเย็น ไปจนถึงซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลรัฐอานธรประเทศยังเสนอที่ดินในราคาต่ำถึง 1 เซนต์สหรัฐต่อเอเคอร์ เพื่อดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ โดยโลเกชระบุว่า ในปี 2568 รัฐของเขาได้รับการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) เกือบ 25% ของทั้งประเทศ
เดิมพันพลังงาน น้ำ และโครงสร้างพื้นฐาน
ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องการใช้ไฟฟ้าและน้ำในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ โลเกชกล่าวว่า รัฐได้เตรียมแผนรองรับแล้ว รวมถึงการนำน้ำส่วนเกินในฤดูมรสุมที่ไหลลงสู่อ่าวเบงกอลมาใช้ในระบบหล่อเย็น
เขายังเปิดเผยว่า อินเดียได้ให้ “ความเห็นชอบในหลักการ” สำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1.2 กิกะวัตต์ จำนวน 6 แห่ง ที่เมืองโคววาดา ในรัฐอานธรประเทศ เมื่อปี 2568
แรงบันดาลใจจากจีน เดิมพันด้วย “ความเร็วและขนาด”
โลเกชยอมรับว่า จีนคือหนึ่งในแรงบันดาลใจหลัก โดยชื่นชมความสามารถของจีนในการสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรมและยกระดับประชากรออกจากความยากจนอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว
ด้วยเป้าหมายกำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์ 6 กิกะวัตต์ ซึ่งครึ่งหนึ่งได้ลงนามแล้ว และอีกครึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา รัฐอานธรประเทศกำลังเดิมพันว่า “ความเร็วและขนาด” จะเป็นแต้มต่อสำคัญของอินเดียบนเวที AI โลก
“เรากำลังอยู่บนเส้นทางนี้ และเราจะดำเนินโครงการต่างๆ ด้วยความเร็วที่ประเทศนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน” โลเกชกล่าว