เกิดกระแสวิพากษ์รุนแรงในโลกออนไลน์ หลังคลิปสนทนาระหว่างทหาร กองทัพอิสราเอล กับสตรีมเมอร์ชาวอเมริกัน ถูกเผยแพร่เมื่อ 13 ก.พ. โดยทหารรายหนึ่งยืนยันว่าเขาอยู่ในฉนวนกาซา และกล่าวถ้อยคำที่ถูกมองว่าเป็นการ “ยอมรับการใช้ความรุนแรงทางเพศ” ต่อชาวปาเลสไตน์
ในคลิปความยาวราว 3 นาที ทหารอิสราเอลหมุนกล้องโชว์ภาพความเสียหาย พร้อมพูดว่า
“อยากเห็นกาซาไหม อย่าแปลกใจ ไม่มีบ้านเหลือแล้ว แบนราบหมด”
เมื่อสตรีมเมอร์โต้กลับว่า “พวกคุณฆ่าเด็กไปมากมาย” ทหารตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว และหยิบภาพถ่ายเด็กชาวปาเลสไตน์ที่อ้างว่าถืออาวุธขึ้นมาเป็นเหตุผลปกป้องการโจมตี
บทสนทนาทวีความตึงเครียด เมื่อสตรีมเมอร์กล่าวว่า กาซาถูกทำลายและมีผู้หญิงเด็กเสียชีวิตจำนวนมาก ก่อนที่ทหารจะตอบว่า
“ไม่ต้องห่วง เราข่มขืนพวกเธอด้วย”
ถ้อยคำดังกล่าวสร้างความตกตะลึงอย่างกว้างขวาง ขณะที่สตรีมเมอร์เตือนว่า หากสหรัฐฯ ยุติการสนับสนุนอิสราเอล ผลลัพธ์จะร้ายแรงสำหรับอิสราเอล ก่อนที่ทหารจะตอบโต้ด้วยการพาดพิงถึงการเมืองภายในสหรัฐฯ
เชื่อมโยงรายงานยูเอ็น
คำพูดในคลิปสอดคล้องกับรายงานของ สหประชาชาติ ซึ่งระบุว่า กองกำลังอิสราเอลใช้ความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงทางเพศสภาพต่อชาวปาเลสไตน์เป็น “วิธีการของสงคราม” นับตั้งแต่เหตุการณ์ 7 ต.ค. 2023
คณะกรรมการสอบสวนอิสระของยูเอ็นระบุว่า พบการละเมิดสิทธิต่อผู้หญิง เด็ก ผู้ชาย และเด็กชายในดินแดนยึดครองอย่างเป็นระบบ รวมถึงการทำลายโครงสร้างสาธารณสุขด้านอนามัยทางเพศและการเจริญพันธุ์
นาวี พิลเลย์ ประธานคณะกรรมการ ระบุว่า
“หลักฐานชี้ชัดถึงการเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจของความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงทางเพศสภาพ และไม่อาจหลีกเลี่ยงข้อสรุปได้ว่า สิ่งเหล่านี้ถูกใช้เพื่อก่อความหวาดกลัวและบ่อนทำลายสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองของชาวปาเลสไตน์”
เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำคำถามใหญ่ของประชาคมโลก ไม่ใช่แค่เรื่องสงคราม แต่คือ เส้นแบ่งของมนุษยธรรม ที่ถูกทำลายไปแล้วหรือยัง