สภาผู้นำชั่วคราวของอิหร่านตัดสินใจว่า นับจากนี้อิหร่านจะไม่โจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ตราบใดที่ดินแดนของประเทศเหล่านั้นไม่ถูกใช้เป็นฐานสำหรับโจมตีอิหร่าน ตามคำกล่าวของประธานาธิบดีอิหร่าน มัซอูด เปเซซคียอน
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการยุติสงคราม โดยอิหร่านยังคงเดินหน้าโจมตีอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศเปิดฉากการโจมตีระลอกที่ 26 ของปฏิบัติการ “สัญญาอันสัตย์จริง 4” ผ่านการโจมตีแบบผสมผสานที่ใช้ทั้งโดรนและขีปนาวุธ โดยมุ่งเป้าไปยังพื้นที่ที่อิสราเอลยึดครองตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคใต้
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ใช้ขีปนาวุธรุ่นใหม่หลายประเภท รวมถึง “อิมาด” “กอดร์” และ “คัยบัร” ซึ่งเป็นขีปนาวุธติดตั้งหัวรบหลายหัว พร้อมยืนยันว่าการโจมตีสามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
แถลงการณ์ยังระบุว่า การทำลายระบบเรดาร์ของฝ่ายตรงข้ามในระลอกก่อนหน้า “ช่วยอำนวยความสะดวกอย่างมากต่อการโจมตีเป้าหมาย”
พร้อมย้ำว่า ขีปนาวุธทั้งหมดที่ยิงในระลอกล่าสุดสามารถโจมตีเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้
ก่อนหน้านี้ หน่วยประชาสัมพันธ์ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านประกาศการเริ่มต้นการโจมตีระลอกที่ 25 ของปฏิบัติการเดียวกัน โดยระบุว่าใช้ทั้งโดรนและขีปนาวุธยุทธศาสตร์ที่มีความแม่นยำสูง เช่น “ฟัตตาห์” และ “อิมาด”
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติระบุว่า ระลอกที่ 25 มุ่งเป้าไปยัง “ศูนย์กลางทางทหารและศูนย์สนับสนุนทางทหารของศัตรูอเมริกัน–อิสราเอลในภูมิภาค”
ก่อนหน้านั้น อิหร่านยังประกาศการโจมตีระลอกที่ 24 ภายใต้ปฏิบัติการเดียวกัน ซึ่งมุ่งเป้าไปยังฐานทัพทหารของสหรัฐหลายแห่งในภูมิภาค








