
กองทัพอิสราเอลเผยผลสอบเหตุปะทะในหมู่บ้านเทล เขตเวสต์แบงก์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พบว่าการเดินป่าของผู้ตั้งถิ่นฐานไม่ได้รับอนุญาตจากกองทัพ ขณะที่กำลังทหารที่เข้าระงับเหตุมีไม่เพียงพอ และยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่อิสราเอลนายหนึ่งอาจเสียชีวิตจากกระสุนฝ่ายเดียวกันท่ามกลางความโกลาหล
รายงานของเดอะไทมส์ออฟอิสราเอล (5 ส.ค.) ระบุว่า ผลสอบของกองทัพอิสราเอล (IDF) พบว่า กองพลสะมาเรียรับทราบแผนเดินป่าของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานตั้งแต่คืนก่อนเกิดเหตุ แต่ไม่สามารถติดต่อผู้จัดงานหรือทราบเส้นทางได้ และหากมีการยื่นขออนุญาตอย่างเป็นทางการ กองทัพก็จะไม่อนุมัติ เนื่องจากเส้นทางผ่านพื้นที่ A และ B รวมถึงหมู่บ้านของชาวปาเลสไตน์
เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อผู้ตั้งถิ่นฐานหลายสิบคน ซึ่งรวมถึงเยาวชนและทหารนอกเวลาราชการ 2 นาย เดินทางจากนิคมฮาร์บราฮา ก่อนเข้าสู่พื้นที่ B และบางช่วงล่วงเข้าไปในพื้นที่ A ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายปาเลสไตน์ และเป็นพื้นที่ที่ชาวอิสราเอลห้ามเข้า
เมื่อทหารอิสราเอลเข้าพื้นที่เพื่อพาผู้ตั้งถิ่นฐานออกจากบริเวณ ชาวปาเลสไตน์เริ่มขว้างก้อนหิน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนเหตุการณ์ลุกลามเป็นการยิงปะทะ
ผลสอบระบุว่า พันตรียูวัล เอซรา ผู้บังคับการกองร้อยปืนใหญ่ ถูกฟารูก รอมาดาน ชาวปาเลสไตน์ ยิงเสียชีวิต ขณะที่รอมาดานเสียชีวิตจากการยิงตอบโต้ของเอซรา
ส่วนเบนายาฮู เมลเลต สมาชิกหน่วยรักษาความปลอดภัยของนิคมใกล้เคียง ซึ่งเสียชีวิตในเหตุการณ์เดียวกัน กองทัพยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ถูกยิงโดยรอมาดานหรือถูกกระสุนจากฝ่ายอิสราเอล เนื่องจากไม่มีการชันสูตรศพก่อนฝัง
ผลสอบยังระบุว่า ทหารมีสิทธิใช้อาวุธปืนในสถานการณ์ดังกล่าว แต่กำลังที่ส่งเข้าพื้นที่ “น้อยเกินไป” เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ตั้งถิ่นฐานและผู้ก่อเหตุ อีกทั้งการประเมินสถานการณ์ การส่งกำลังเสริม และการจัดทีมแพทย์ยังไม่เป็นไปอย่างเหมาะสม
กองทัพยังพบความบกพร่องร้ายแรงจากการปล่อยให้ร่างของเมลเลตอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุนานหลายนาที ก่อนกำลังเสริมจะเข้ามาอพยพออกไป
ภายหลังเหตุปะทะ กองทัพเลื่อนยศเมลเลตเป็นกัปตันหลังเสียชีวิต พร้อมยกย่องทั้งเมลเลตและเอซราว่า ช่วยปกป้องพลเรือนและป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย
อย่างไรก็ตาม เดอะไทมส์ออฟอิสราเอล รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุ ผู้ตั้งถิ่นฐานได้ตั้งจุดตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมายเพิ่มอีก 13 แห่งใกล้หมู่บ้านเทล โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเปิดเผยว่า กองทัพยังไม่สามารถรื้อถอนจุดตั้งถิ่นฐานเหล่านี้ได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านนโยบายของรัฐบาลอิสราเอล ซึ่งสร้างภาระด้านความมั่นคงให้กับกองทัพอย่างมาก







