การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกอาจสร้างความเสียหาย “รุนแรงกว่าที่เคยมีรายงานไว้ก่อนหน้านี้” หลัง วอชิงตันโพสต์เผยผลวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมที่รวบรวมจากสื่ออิหร่าน ซึ่งชี้ว่ากองทัพสหรัฐฯ สูญเสียทรัพย์สินทางทหารจำนวนมากจากการโจมตีของเตหะราน

รายงานระบุว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น การโจมตีทางอากาศของอิหร่านได้สร้างความเสียหายหรือทำลายโครงสร้างและยุทโธปกรณ์ทางทหารของสหรัฐฯ อย่างน้อย 228 จุด ครอบคลุมทั้งโรงเก็บเครื่องบิน คลังเชื้อเพลิง ค่ายพัก ท่าอากาศยาน ระบบเรดาร์ ระบบสื่อสาร และระบบป้องกันภัยทางอากาศในหลายประเทศของภูมิภาค

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ให้ข้อมูลกับวอชิงตันโพสต์ยอมรับว่า การโจมตีของอิหร่านทำให้ฐานทัพบางแห่ง “อันตรายเกินกว่าจะปฏิบัติงานตามปกติ” จนผู้บัญชาการต้องสั่งเคลื่อนย้ายกำลังพลจำนวนมากออกจากพื้นที่เสี่ยงตั้งแต่ช่วงต้นสงคราม

วอชิงตันโพสต์ระบุว่า ได้ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมมากกว่า 100 ภาพที่เผยแพร่โดยสื่ออิหร่าน ก่อนยืนยันความถูกต้องได้ 109 ภาพ ผ่านการเปรียบเทียบกับข้อมูลจากระบบดาวเทียมเปอร์นิคัส (Copernicus) ของสหภาพยุโรป

ผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมวิเคราะห์ข้อมูลระบุว่า ระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าสหรัฐฯ “ประเมินศักยภาพทางทหารของอิหร่านต่ำเกินไป” และปล่อยให้ทรัพย์สินสำคัญจำนวนมากไม่มีการป้องกันเพียงพอ

พันเอกมาร์ค แคนเซียน (Mark Cancian) อดีตนายทหารนาวิกโยธิน กล่าวว่า “การโจมตีของอิหร่านมีความแม่นยำ ไม่มีหลุมระเบิดแบบสุ่มที่บ่งชี้ว่าพลาดเป้า”

รายงานดังกล่าวเผยแพร่เพียงไม่กี่วันหลัง CNN รายงานผลการสืบสวนว่า ฐานทัพสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันตกได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของอิหร่าน

ในจำนวนฐานทัพสหรัฐฯ ที่ถูกโจมตี 16 แห่ง มีฐานในคูเวต บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และอิรัก โดยหลายแห่งไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการประเมินความเสียหายกล่าวกับ CNN ว่า “ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในฐานทัพสหรัฐฯ การโจมตีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยใช้อาวุธเทคโนโลยีขั้นสูง”

รายงานยังระบุว่า อิหร่านสามารถโจมตีและทำลายระบบเรดาร์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคได้บางส่วน ส่งผลให้การสกัดกั้นขีปนาวุธที่มุ่งหน้าไปยังอิสราเอลทำได้ยากขึ้น

ก่อนหน้านี้ เดอะนิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อปลายเดือนมีนาคมว่า ความเสียหายต่อฐานทัพทำให้กำลังพลสหรัฐฯ บางส่วนต้องย้ายไปพักในโรงแรมพลเรือนและอาคารสำนักงานชั่วคราว

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้อิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ กำลังใช้ “โล่มนุษย์” เพื่อปกป้องกำลังพลของตนในภูมิภาค