จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นกับร้านอาหาร “เนื้อแท้” ล่าสุด “บังโต” (วีรชน ศรัทธายิ่ง) และ คุณตาล (นภศูล รามบุตร) สองผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท เนื้อแท้ (Company B) ออกมาแถลงชี้แจงผ่านเพจเนื้อแท้ (15 ก.ค.) ถึงต้นตอของปัญหาที่ทำให้ธุรกิจเผชิญวิกฤตสภาพคล่อง โดยยอมรับว่าการเร่งขยายสาขาหลังรับเงินลงทุน ทำให้ธุรกิจเติบโตเร็วกว่ารากฐานที่รองรับ ส่งผลให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายสะสมเพิ่มขึ้น แม้ยอดขายเติบโต แต่เงินสดไม่เพียงพอสำหรับหมุนเวียน จนไม่มีเงินซื้อวัตถุดิบ จ่ายเงินเดือนล่าช้า และกระทบถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว
สรุปประเด็นสำคัญ
• จุดเริ่มต้นของปัญหา เกิดขึ้นช่วงโควิด-19 เมื่อร้านต้องปิดให้บริการหลังเปิดได้ไม่ถึง 1 เดือน แต่ยังต้องแบกรับเงินเดือนพนักงานกว่า 500-600 คน จึงตัดสินใจขายหุ้นบางส่วนให้กับนักลงทุน ได้เงินทุนราว 60 ล้านบาท เพื่อประคองธุรกิจ
• เงื่อนไขจากนักลงทุน ทำให้บริษัทต้องเร่งขยายสาขาและผลักดันธุรกิจให้เติบโตเพื่อมุ่งสู่ตลาดหลักทรัพย์ ทั้งที่เดิมตั้งใจมีร้านไม่เกิน 5 สาขาเพื่อรักษาคุณภาพ
• การเติบโตเร็วเกินไป ทำให้ระบบบริหารและการควบคุมต้นทุนยังไม่แข็งแรง เริ่มพบค่าใช้จ่ายและปัญหาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ยอดขายเพิ่มขึ้น แต่กำไรต้องนำไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสะสมเป็นวิกฤตสภาพคล่อง
• ผู้บริหารหยุดรับเงินเดือน 7-8 เดือน และดึง CEO คนใหม่เข้ามาตรวจสอบระบบ ก่อนพบปัญหาหลายด้าน แต่ยอมรับว่าแก้ไขไม่ทันจนสถานการณ์ทรุดหนักในช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมา
• เงินสดขาดมือจนไม่มีเงินซื้อวัว ส่งผลให้หลายสาขาขาดวัตถุดิบ เมนูไม่ครบ ลูกค้าลดลง รายได้หาย และยิ่งกระทบต่อการจ่ายเงินเดือนพนักงาน
• ยอมรับว่าจ่ายเงินเดือนล่าช้า แต่ยืนยันว่าไม่เคยค้างจ่ายหรือเบี้ยวเงินเดือนพนักงาน พร้อมขอโทษที่ไม่สามารถจ่ายได้ตรงเวลาตามอุดมการณ์ที่ตั้งไว้
• ปฏิเสธข่าวนำเงินประกันสังคมไปหมุนใช้ ยืนยันว่าไม่เคยนำเงินดังกล่าวไปใช้เป็นทุนหมุนเวียน แม้บางช่วงจะส่งเงินล่าช้า แต่ยังอยู่ภายในกรอบเวลาที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด และไม่มีพนักงานสูญเสียสิทธิรักษาพยาบาล
• สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย หลังได้รับสินเชื่อจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ครอบคลุมทั้งเงินเดือนพนักงาน การบริหารหลังบ้าน และการจัดซื้อวัว ทำให้สินค้าจะทยอยกลับเข้าทุกร้าน
• ขอโทษเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวแดง ที่ได้รับผลกระทบจากการรับซื้อที่ไม่เป็นไปตามแผน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการต่อ เพราะเชื่อว่าวัวไทยมีศักยภาพและมีเงินทุนรองรับการรับซื้อแล้ว
• ยืนยันยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และบริหารกิจการเอง “บังโต” ปฏิเสธข่าวขายกิจการ โดยระบุว่ายังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด และหลังจากนี้จะกลับมาดูแลร้านที่เหลือ 6-7 สาขาด้วยตนเอง ทั้งด้านการบริหาร ทิศทางธุรกิจ คุณภาพอาหาร และการสื่อสารกับลูกค้า
ชมคลิปแถลง https://www.facebook.com/share/v/197XxD2Ece/








