กลุ่มฮูซีโจมตีพื้นที่ชายแดนจังหวัดนัจรานทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย ทำให้พลเรือนได้รับบาดเจ็บ 11 คน หนึ่งวันหลังเปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน คร่าชีวิตทหารรัฐบาลเยเมนอย่างน้อย 58 นาย
อาหรับนิวส์รายงานตามแถลงกองกำลังพันธมิตรในเยเมนที่ซาอุดีอาระเบียหนุนหลัง ระบุว่า เหตุโจมตีเกิดขึ้นเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) ในจังหวัดนัจราน
ผู้บาดเจ็บประกอบด้วยชาวซาอุดีอาระเบีย 7 คน ชาวเยเมน 1 คน ชาวอียิปต์ 2 คน และชาวปากีสถาน 1 คน โดยในจำนวนนี้มีหญิงชาวซาอุฯ และเด็กอายุ 4 ปีได้รับบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้ระดับ 2 ตามคำกล่าวของ พล.ต. ตุรกี อัล-มาลิกี โฆษกกองกำลังพันธมิตร
อัล-มาลิกีกล่าวหากลุ่มฮูซีว่า จงใจโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันว่ากองกำลังผสมจะใช้มาตรการป้องปรามทุกวิถีทางเพื่อคุ้มครองพลเรือน
การโจมตีชายแดนเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังกลุ่มฮูซีใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีค่ายทหารในจังหวัดมาริบและฮัดรามัตของเยเมน
แหล่งข่าวท้องถิ่นที่สำนักข่าว AFP อ้างถึงระบุว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้ทหารรัฐบาลเยเมนที่นานาชาติรับรองเสียชีวิตอย่างน้อย 58 นาย และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบคน ถือเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดต่อกองกำลังรัฐบาลนับตั้งแต่ปี 2565
เหตุโจมตีล่าสุดตอกย้ำถึงสถานการณ์ความมั่นคงในเยเมนที่เลวร้ายลงอย่างมาก หลังความขัดแย้งภายในประเทศเชื่อมโยงกับการเผชิญหน้าในระดับภูมิภาคเมื่อเดือนที่ผ่านมา
กลุ่มฮูซี ซึ่งควบคุมกรุงซานาและพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของเยเมน ได้ยุติการสงบศึกเปราะบางกับรัฐบาลที่ซาอุดีอาระเบียสนับสนุน หลังต้อนรับเครื่องบินของอิหร่านเข้าสู่กรุงซานา ก่อนประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของซาอุดีอาระเบีย และเริ่มโจมตีเรือที่เชื่อมโยงกับซาอุฯ
เมื่อเดือนที่ผ่านมา นักรบฮูซียังสังหารทหารฝ่ายรัฐบาลอีก 16 นาย ทางตอนใต้ของเมืองท่าโฮเดดาห์ริมทะเลแดง ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์
เยเมนเผชิญสงครามยืดเยื้อมานานกว่าทศวรรษ นับตั้งแต่กลุ่มฮูซียึดกรุงซานาในปี 2557 จุดชนวนสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนหลายแสนคน และก่อให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรมร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของโลก
แม้การสงบศึกภายใต้การไกล่เกลี่ยของสหประชาชาติในปี 2565 จะช่วยลดระดับการสู้รบลงอย่างมาก แต่เหตุโจมตีระลอกล่าสุดได้เพิ่มความกังวลว่า ความขัดแย้งในเยเมนอาจกำลังเข้าสู่ระยะใหม่ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม








