นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ประณามอิสราเอลอย่างรุนแรง หลังประกาศเปิดประมูลก่อสร้างบ้านกว่า 1,200 ยูนิต ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง ภายใต้โครงการตั้งถิ่นฐาน E1 โดยระบุว่าเป็นการทำลายโอกาสในการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง
อันวาร์กล่าวผ่านแพลตฟอร์ม X วันนี้ (21 ส.ค.) ว่า “ข้าพเจ้าขอประณามอย่างถึงที่สุดต่อการตัดสินใจของระบอบปกครองอิสราเอล ในการเปิดประมูลภายใต้โครงการตั้งถิ่นฐาน E1”
“ผืนดินทางตะวันออกของเยรูซาเล็มแห่งนี้ ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญต่อความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์มาโดยตลอด การก่อสร้างบนพื้นที่ดังกล่าวมิเพียงแต่จะตัดแบ่งดินแดนเวสต์แบงก์ออกเป็นสองส่วน แต่ยังทำลายโอกาสในการรวมเป็นหนึ่งเดียวของดินแดนปาเลสไตน์ในอนาคตอย่างร้ายแรง”
“การตั้งนิคมของอิสราเอลในพื้นที่ยึดครองเวสต์แบงก์ ถือเป็นความผิดที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ทว่าอิสราเอลยังคงเดินหน้ากระทำผิดโดยไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษใดๆ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางรอยต่อของความรุนแรงจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลที่กระทำต่อพลเรือนปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ร่วมกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างมโหฬารที่ยังคงดำเนินอยู่ในกาซา ” ผู้นำมาเลเซียกล่าว
อันวาร์ยังระบุว่า การประกาศของอิสราเอลครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ระบอบปกครองอิสราเอลได้ละทิ้งแม้แต่ภาพลวงของการแสวงหาสันติภาพ” และไม่เคารพเจตจำนงของประชาคมระหว่างประเทศอีกต่อไปแล้ว
อันวาร์กล่าวเพิ่มเติมว่า “มาเลเซียขอยืนหยัดเคียงข้างชาวปาเลสไตน์และสิทธิอันไม่อาจพรากจากได้ ในการมีรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นเอกราช มีอธิปไตย ดำรงอยู่ได้จริง และมีความต่อเนื่องทางดินแดน” และ รัฐบาลมาเลเซียจะจับตาบริษัทต่างชาติที่เข้าร่วมโครงการ E1 อย่างใกล้ชิด และ “จะดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสม” ต่อบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ทำไมโครงการ E1 จึงเป็นประเด็นใหญ่
โครงการ E1 เป็นหนึ่งในแผนตั้งถิ่นฐานที่ถูกคัดค้านมากที่สุดของอิสราเอล เพราะครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ราว 12 ตารางกิโลเมตร ทางตะวันออกของเยรูซาเล็ม ระหว่างนครเยรูซาเล็มกับนิคม มาอาเล อาดูมิม ซึ่งอิสราเอลต้องการเชื่อมต่อให้เป็นพื้นที่ต่อเนื่องด้วยการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานใหม่
ไทมส์ออฟอิสราเอลรายงานว่า เมื่อวันอังคาร (18 ส.ค.) ที่ผ่านมา รัฐบาลอิสราเอลเพิ่งเปิดประกวดราคาสำหรับการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัย 7 โครงการ ซึ่งประกอบด้วยบ้านพักอาศัย 1,234 หลัง ในพื้นที่ E1 ทางตะวันออกของกรุงเยรูซาเลม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อการตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอลพยายามแบ่งเขตเวสต์แบงก์
ประกาศประกวดราคากำหนดให้ผู้รับเหมายื่นข้อเสนอได้จนถึงวันที่ 19 ตุลาคม ซึ่เป็นเวลาเพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอล ในวันที่ 27 ตุลาคม
Peace Now เตือน เร่งผูกมัดรัฐบาลชุดใหม่
กลุ่มเฝ้าระวังการตั้งถิ่นฐาน Peace Now วิจารณ์บน X ว่า การเร่งเปิดประมูลในช่วงหาเสียงเลือกตั้งสะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการผลักดันวิสัยทัศน์ของฝ่ายขวาที่ต้องการผนวกดินแดนเวสต์แบงก์ และสร้างข้อผูกมัดให้รัฐบาลชุดต่อไปยากจะยกเลิกโครงการ
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า การดำเนินการตามแผนขยายเส้นทาง E1 จะทำให้ “ชุมชนชาวเบดูอินหลายสิบแห่ง รวมถึงข่าน อัล-อะห์มาร์ ถูกตัดขาดจากพื้นที่โดยรอบ และนำไปสู่การถูกขับไล่ออกจากดินแดนของตน”
โครงการ E1 ถูกระงับมานานหลายปี ท่ามกลางการต่อต้านอย่างรุนแรงจากประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ในอดีต เนื่องจากนักการทูตจำนวนมากมองว่า การก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าวจะตัดความต่อเนื่องของเวสต์แบงก์ และทำให้การจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ภายใต้แนวทาง “สองรัฐ” แทบเป็นไปไม่ได้








