ภูมิใจได้เป็นมุสลิมเต็มตัวแล้ว “นุ๊ก สุทธิดา” เปิดใจครั้งแรก!! เปลี่ยนศาสนาเป็นประสงค์ของอัลเลาะห์

37625

เป็นมุสลิมเต็มตัวแล้วสำหรับอดีตดาราและนักร้องชื่อดัง นุ๊ก สุทธิดา โดยเธอเพิ่งได้รับใบประกาศนียบัตรจาก ท่านจุฬาราชมนตรี ไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากที่ตั้งใจศึกษาศาสนาอิสลาม และปฏิบัติอย่างจริงจังตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งดาราสาวได้กล่าวว่าเดิมทีนั้น “ทั้งรัก และเกลียด” ศาสนานี้ จึงอยากจะศึกษาว่าศาสนาอิสลามพูดถึงอะไร กระทั่งทำให้เธอเปลี่ยนความรู้สึกมาเป็นชอบ และตัดสินใจเปลี่ยนศาสนาในที่สุด

กับกระแสที่ผ่านมาทั้งคนรอบข้าง และสังคมในโซเชียล หลังจากที่สาวนุ๊กเปลี่ยนศาสนานั้นก็มีให้เห็นมากมาย เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ก่อนหน้านั้นเธอเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีมาตลอด ถึงขั้นโกนผมบวชชีที่ประเทศอินเดียมาแล้ว โดยเธอยอมรับว่ามีหลายคนที่ช็อก! กับเรื่องนี้ แต่เธอก็รู้สึกเฉยๆ เพราะคนในครอบครัวก็ให้การสนับสนุน ส่วนเธอเองก็ได้เริ่มปูทางให้ลูกชายทั้งสองคน น้องปาแปง กับ น้องปิ๊ปโป้ เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามด้วยเช่นกันในอนาคต ซึ่งสาว นุ๊ก สุทธิดา ได้เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนศาสนาของเธอมาเป็นครั้งแรก!! ดังนี้

แรงบันดาลใจที่อยากเปลี่ยนศาสนา เธอบอกว่ามาจากความอยากรู้ และความไม่ชอบ “จริงๆ ก็เริ่มจากเราศึกษาค่ะ อยากรู้ว่าอิสลามพูดถึงอะไร อิสลามเนี่ยสมัยก่อนตอนที่ยังไม่ได้ศึกษาเป็นศาสนาที่เราทั้งรัก ทั้งเกลียดที่สุด เรารู้สึกว่าคุณค่าของการถือศีลอดมันดี แต่เราก็อาจจะมองบางอย่างที่เราไม่ชอบ กลายเป็นเกลียดที่สุด แต่ว่าเราก็มานั่งนึกว่าทำไมเราถึงเกลียดที่สุด หรือเรารักที่สุดอะไรอย่างนี้ เพราะว่าเรายังไม่เข้าใจ เราก็เลยอยากจะไปศึกษา ไปเรียนค่ะ แล้วก็พอเราศึกษา ไปเรียนเราก็เลยรู้สึกชอบน่ะค่ะ พอเราเข้าใจในสิ่งที่ศาสนาพูด ก็เลยอยากจะเปลี่ยน”

สาวนุ๊กกล่าว ถ้ามีความศรัทธาแล้วไม่มีอะไรยาก “ไม่ยากค่ะ แต่เราต้องมีความศรัทธา ขั้นตอนของนุ๊กไม่นาน พอนุ๊กไปเรียนแล้วเกิดความศรัทธาในกฎ สภาวะต่างๆ ข้อกำหนดต่างๆ ที่พระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ก็ดี หรือว่าท่านนบีได้ทรงกำหนดไว้ก็ดี เราเกิดความเข้าใจน่ะค่ะแล้วก็เห็นคุณค่าของกฎต่างๆ มันเกิดความศรัทธาค่อนข้างในเวลาที่รวดเร็วน่ะค่ะ ก็ถ้าเริ่มสนใจก็ประมาณปลายปีที่แล้วค่ะ”

หลังจากเปลี่ยนศาสนา ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนมาก “จริงๆ ชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนมากจนเกินไปนะคะ ก่อนที่จะรับก็ปฏิบัติอย่างเช่นมุสลิมทั่วไปเนี่ยอยู่ประมาณเกือบ 2 เดือนแล้วค่ะ วันนั้นก็ตื่นเต้นค่ะ เพราะว่าเป็นวันที่รับประกาศนียบัตรเกี่ยวกับการสอบด้วย โดยท่านจุฬาราชมนตรีก็มาเป็นประธานในการมอบให้ใช่ไหมคะ วันนั้นเองก็เซอร์ไพรส์กันกลางเวทีเลยก็คือถามเลยว่าจะรับตอนนี้ไหม ซึ่งตอนนั้นเนี่ยยังไม่ได้เตรียมตัวค่ะ คิดว่าจะไปรับกันสองคนกับอาจารย์อะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วแบบต้องรับกลางเวทีแต่ก็รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ”

ปลื้มสอบได้คะแนนเต็มร้อย “ใช่ค่ะ ก็เป็นความตั้งใจ เพราะเราก็รู้สึกว่าเป็นปีที่ 2 ที่ท่านจุฬาราชมนตรีให้เกียรติมามอบประกาศนียบัตรแล้วก็หลังจากที่ท่านเนี่ยห่างหายไป 4-5 ปี เพราะว่าด้วยสุขภาพน่ะนะคะ ปีนี้ก็เหมือนกับกลับมาใหม่อะไรอย่างนี้ค่ะ เราก็รู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ทำคะแนนสอบให้ดีๆ”

IMG_0007

สำหรับเธอศรัทธาอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงขอสอบเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเอง “ก็ส่วนหนึ่งนะคะ เพราะว่าตอนแรกเนี่ยเขาก็มีคนบอกเหมือนกันว่าถ้าสนใจ อยากจะรับก็รับได้เลยอะไรอย่างนี้เรื่องของศาสนา ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับความศรัทธา ความเชื่ออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเนี่ยเมื่อมีศรัทธาก็สามารถรับได้เลย แต่ว่าด้วยความที่นุ๊กก็รู้สึกว่า สำหรับนุ๊กเป็นเรื่องพิเศษนะคะ แล้วก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง เพราะฉะนั้นเนี่ย นุ๊กก็รู้สึกว่าการที่เราศรัทธาอย่างเดียว สำหรับนุ๊กเองนะคะ นุ๊กก็รู้สึกว่ายังไม่พอ อยากจะทำให้เห็น ใช้ทั้งสติปัญญาที่เรามีมากที่สุด ใช้ความพยายามมากที่สุดในการพิสูจน์ตัวเองนะคะ ไม่ได้พิสูจน์กับใคร”

เผยการละหมาดคือการเปลี่ยนแปลงในชีวิต “ทุกวันนี้หรอคะ น่าจะเป็นเรื่องละหมาดค่ะ ที่รู้สึกว่าช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้น เป็นระบบมากขึ้นค่ะ ที่เหลือเนี่ยอาจจะเป็นเรื่องอื่นซึ่งอาจจะเล็กๆ น้อยๆ น่ะค่ะ เป็นเรื่องภายนอก อาจจะมียุ่งยากบ้างบางครั้งเรื่องแต่งตัวอย่างนี้ ด้วยความที่เราก็ไม่เคยมีพื้นฐานมาตรงนี้ เสื้อผ้าอะไรก็ไม่มีอย่างนี้ ก็ค่อนข้างลำบากเวลาจะอ