เจาะแสนยานุภาพ “อิหร่าน VS ซาอุฯ” ใครเหนือกว่า หากสงครามเปิดฉาก??

1925

ความตึงเครียดระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่านเพิ่มสูงกว่าปกติในห้วงเวลานี้ โดยเป้าของริยาดก็คือ “ฮิซบุลเลาะห์” ขบวนการต่อสู้แห่งเลบานอนซึ่งเป็นพันธมิตรของเตหะราน หากความขัดแย้งนำไปสู่การปะทะทางทหารเกิดขึ้นจริง ระหว่างสองฝ่ายใครที่จะมีโอกาสดีที่สุดในการเป็นผู้เหนือกว่าในสมรภูมินี้?

การเผชิญหน้าในภูมิภาคตะวันกลางระหว่างสองประเทศที่แยกจากกันในทางภูมิศาสตร์โดยมีอ่าวเปอร์เซียแคบๆ คั่นกลางนั้นมีรากลึกมาจากการเป็นคู่แข่งด้านประเด็นความเชื่อ การเมือง และเศรษฐกิจ ซาอุดิอาระเบียและอิหร่านยึดถือในสองสำนักคิดคู่แข่งของศาสนาอิสลามที่แตกต่างกัน “ซุนนี-ชีอะห์” พวกเขายังแข่งขันกันในตลาดพลังงานที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้โดยที่เตหะรานมีความคับข้องใจต่อส่วนแบ่งการตลาดที่หายไปเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรที่ถูกกำหนดโดยอเมริกันผู้อุปถัมภ์ของริยาด พวกเขาต่อสู้กันด้วยสงครามตัวแทนซึ่งมักรุนแรงตามพื้นที่ต่างๆ เช่นประเทศบาห์เรน เยเมน ซีเรีย และเลบานอน

เมื่อเร็วๆ นี้ เปลวไฟได้ถูกโหมขึ้นโดย “เจ้าชายมูฮัมหมัด บินซัลมาน” มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ผู้ซึ่งนักวิเคราะห์จำนวนมากถือว่าเป็นผู้ปกครองที่แท้จริงของราชอาณาจักรแห่งนี้ โดยเขาได้กระชับอำนาจผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “การปราบปรามการทุจริต” ต่อผู้ที่ต่อต้านเขา และพยายามดึงดูดการสนับสนุนจากต่างประเทศด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะปฏิรูปอิสลามซาอุดิอาระเบียสู่ “สายกลาง” รวมทั้งมีการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการใหม่ๆ มากมาย

การฟาดฟันกันภายในประเทศซาอุฯ นั้นอาจงอกเงยขึ้นมาจากความล้มเหลวซ้ำซากของนโยบายต่างประเทศ การแทรกแซงทางทหารของริยาดในเยเมนซึ่งเปิดตัวด้วยการประโคมข่าวอย่างหนักในปี 2015 โดยอ้างว่าเพื่อตอบโต้กลุ่มกบฏ “ฮูซี” ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ได้กลายเป็นหล่มที่ซาอุฯ ถอนตัวไม่ขึ้น โดยมกุฎราชกุมารเป็นหนึ่งในคีย์แมนคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจซึ่งนำไปสู่ภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมอันใหญ่หลวง กระนั้นก็ยังปราศจากชัยชนะทางทหารใดๆ

ความแตกแยกในปีนี้กับกาตาร์และการปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่อราชอาณาจักรอาหรับขนาดเล็กโดยซาอุฯ นั้นล้มเหลวอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นผลักกาตาร์ให้ใกล้ชิดกับอิหร่านซึ่งให้ความช่วยเหลือด้านลอจิสติก และตุรกีซึ่งเป็นประเทศที่ต้องการแสดงบทบาทของตนในภูมิภาคนี้

ส่วนในซีเรีย กลุ่มก่อการร้ายอิสลามที่ซาอุดีอาระเบียเข้าข้างก็คว้าน้ำเหลวในการล้มรัฐบาลดามัสกัสซึ่งได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากรัสเซีย และได้รับความพลังที่เข้มแข็งในภาคพื้นดินจากกกองกำลังชีอะห์และที่ปรึกษาทางทหารอิหร่าน อันทำให้กองทัพซีเรียได้รับชัยชนะอย่างกว้างขวางในความขัดแย้งนี้

ตอนนี้ริยาดดูเหมือนจะพยายามก่อปัญหาให้กับอิหร่านในเลบานอนซึ่งเป็นประเทศที่เคยแตกแยกจากความเชื่อที่แตกต่าง (sectarian) อันนำไปสู่สงครามกลางเมือง 15 ปีที่ถูกระบุว่าคร่าชีวิตผู้คนถึง 120,000 ราย ซึ่งหนึ่งในพัฒนาการหลักของสงครามนี้ก็คือการเกิดขึ้นของ “ฮิซบุลเลาะห์” ขบวนการเคลื่อนไหวของมุสลิมชีอะห์ ที่ปัจจุบันเป็นหนึ่งในกองกำลังที่ทรงพลังมากที่สุดในเลบานอน และเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ข้อตกลงแบ่งสรรอำนาจ (power sharing agreement) ในปี 2016

ในเดือนนี้ เกิดเหตุการณ์พิศดารเมื่อผู้นำซุนนีเลบานอนอัปเปหิตนเองออกจากตำแหน่ง โดย “นายซาอัด ฮารีรี” ได้ประกาศลาออกขณะที่ตนอยู่ในกรุงริยาด และขณะที่ซาอุฯ ยังคงคุกคามทางอ้อมต่อกาตาร์โดยการปิดล้อม เสมือนว่าตอนนี้ซาอุฯ ก็กำลังปลุกผีเก่าอย่าง “สงครามกลางเมือง” ขึ้นมาในเลบานอน “ฮิซบุลเลาะห์” เชื่อว่าซาอุฯ กำลังบีบบังคับนายฮารีรี และพฤติกรรมเช่นนี้เท่ากับเป็นการประกาศสงคราม ขณะที่รัฐบาลซาอุฯ ก็กำลังแสวงหาการสนับสนุนจากอิสราเอลในการเผชิญหน้ากับอิหร่าน

ด้วยข้อกล่าวหาที่ปลิวว่อน ความตึงเครียดที่พุ่งขึ้นในระดับสูง และการต่อต้านอิหร่านอันเป็นทัศนคติที่ครอบงำในรัฐบาลสหรัฐฯ มีความเป็นไปได้สูงที่อาจส่งผลให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน

วิเคราะห์จากตัวเลข

การคาดการณ์ผลลัพธ์ของสงครามที่อาจเกิดขึ้น โดยอาศัยตัวเลขเพียงอย่างเดียวก็ไม่มีประโยชน์ ตัวอย่างเช่นความขัดแย้งของอิสราเอลกับฮิซบุลเลาะห์ ในปี 2006 ซึ่งยุติลงด้วยการเสมอกัน ทั้งที่กองกำลัง IDF ของอิสราเอลมีสถานะเงินทุนและยุทโธปกรณ์ที่ดีกว่ามาก แต่ถึงกระนั้น ตัวเลขและจำนวนก็ให้มุมมองต่อสิ่งที่เตหะรานและริยาดสามารถนำมาใช้เล่นในกรณีเกิดสงครามขึ้นจริงๆ

เว็บไซต์ไฟร์เพาเวอร์ อินเด็กซ์ (Firepower Index) ซึ่งติดตามความเข้มแข็งของกองทัพชาติต่างๆ โดยเมื่อวิเคราะห์เปรียบเทีย