เมือง “ซามาร์คันด์” แห่งอุซเบกิสถาน มรดกอิสลามและไข่มุกตะวันออกที่บรรจบบนเส้นทางสายไหม

2048
จตุรัสเรจิสถาน หลังจากพระอาทิตย์ตกใน “ซามาร์คันด์” แห่งอุซเบกิสถาน / ภาพ wikipedia

เมื่อ อิบนุ บัตตูตะห์ (Ibn Battuta) นักเดินทางมุสลิมผู้มีชื่อเสียง ได้มาเยือนสถานที่อันน่าอัศจรรย์แห่งนี้ในปี ค.ศ.1330 เขาได้อธิบายไว้ว่า “หนึ่งในเมืองที่ยิ่งใหญ่และวิจิตรที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุดในด้านความงาม” มัสยิด พระราชวัง สวนหย่อม และสถาปัตยกรรม อาจทำให้ผู้ได้เห็นนึกถึงเรื่องราวในนิทานพันหนึ่งราตรี (Thousand and One Nights) และตำนานของราชินีเปอร์เซีย “ชาห์ราซาด” ผู้เล่านิทาน

มัสยิดบีบคอนุม (Bibi-Khanum) สองประตูใหญ่ / ภาพ wikipedia

ไข่มุกแห่งตะวันออกที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่

“ซามาร์คันด์” (Samarkand) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอุซเบกิสถาน รองจาก “กรุงทาชเคนต์” (Tashkent) ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 2,750 ปี “ซามาร์คันด์” ถือเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของรัฐซอกเดียน่า (Sogdiana) อันเกรียงไกร ซึ่งเป็นอารยธรรมโบราณและเป็นมลรัฐที่สำคัญที่สุดของจักรวรรดิเปอร์เซียแรก ล้อมรอบด้วยเทือกเขา ทะเลทราย และทุ่งหญ้า ซอกเดียน่าเคยเป็นรัฐมั่งคั่งมหาศาลและพื้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยการชลประทาน

เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม “ซามาร์คันด์”  จึงกลายเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียกลางมานานหลายศตวรรษก่อนและหลังการพิชิตของอาหรับ-อิสลาม

การค้าระหว่างประเทศมีความสำคัญอย่างมากสำหรับเมืองนี้ ซามาร์คันด์เติบโตขึ้นมาในฐานะศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดในเอเชียกลาง พ่อค้าจากอาณาจักรต่างๆ ได้พบปะ ค้าขาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในซามาร์คันด์

ชาห์เอซินดา (Shah-i Zinda) ภาพถ่ายหลังจากการ “บูรณะ” ในปีพ. ศ. 2548 / ภาพ wikipedia

329 ก่อนคริสต์ศักราช “อเล็กซานเดอร์มหาราช” มีชัยชนะเหนืออัญมณีตะวันออกแห่งนี้ และเขาได้กล่าวว่า “ทั้งหมดที่ข้าฯ ได้ยินเกี่ยวกับความงามของเมืองนี้เป็นความจริง ทว่าในความเป็นจริงมันสวยงามมากยิ่งกว่านัก”

ในศตวรรษที่ 8 “ซามาร์คันด์” ถูกพิชิตโดยชาวอาหรับและชาวมุสลิม ในสมัยราชวงศ์อุมัยยะห์ (Umayyad) ซามาร์คันด์เฟื่องฟูในฐานะศูนย์กลางการค้าของเส้นทางระหว่างแบกแดดและจีน ในสมัยราชวงศ์อับบาซิยะห์ (Abbasids) ซามาร์คันด์กลายเป็นเมืองหลวงของเอเชียกลางและกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของอารยธรรมอิสลาม 

ที่นี่ ใกล้กับซามาร์คันด์ นักศาสนศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ประพันธ์หนังสือรวบรวมฮะดีษ (วจนะศาสดามูฮัมหมัด) ที่สำคัญ ที่ชื่อ “อิหม่ามบุคอรี” (Imam al-Bukhari) ถูกฝังอยู่ 

ภายใต้ราชวงศ์ “ซามานิด” แห่งโคราซาน (Samanid Dynasty of Khorasan ปี 874-999) และภายใต้รัชสมัยของเซลจุก (Seljuks) และ “ชาห์” (shahs : เป็นชาห์เป็นชื่อเรียกจักรพรรดิในเปอร์เซีย) แห่งราชวงศ์ควาเรซม์ (Khwarazm) ซามาร์คันด์ยังคงเจริญและรุ่งเรือง 

ช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของซามาร์คันด์ เกิดจากการรุกรานของมองโกลซึ่งนำโดยเจงกีสข่านในปี 1220