“นูร์ จาฮาน” สตรีผู้กุมอำนาจ “จักรวรรดิโมกุล”

390
ภาพวาดจินตนาการ จักรพรรดิจาฮานคีร์ และ นูร์ จาฮาน

ราชินี นูร์ จาฮาน ครองจักรวรรดิโมกุลตั้งแต่ปี 1611-1627 (พ.ศ.2154 – พ.ศ.2170) เป็นสตรีโมกุลคนแรกที่เคยทำเช่นนั้น และเป็นผู้ทรงอำนาจอย่างแท้จริง!

ภาพเหรียญที่แสดงนี้เป็นเหรียญเงินของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ “จักรวรรดิโมกุล” และอย่างที่คุณสังเกตเห็นได้ ไม่ใช่ชื่อของจักรพรรดิจาฮานคีร์ (Jahangir) ที่ถูกประทับอยู่บนเหรียญ แต่เป็นชื่อราชินีของพระองค์ เมื่อสวามีของ “นูร์ จาฮาน” (Nur Jahan) ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ปกครอง เพราะอยู่ในห้วงหลงมัวเมาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และฝิ่น ก็เป็นพระนางที่เข้ามาแทรกแซงปฏิบัติหน้าที่แทนในฐานะราชินีของจักรพรรดิ

ชีวิตของ “นูร์ จาฮาน” ก่อนเข้าราชสำนัก : สตรียิ่งใหญ่ผู้นี้คือใคร?

เดิมเธอชื่อ “เมห์รุนนิสา” (Mehrunnissa) จากครอบครัวชาวเปอร์เซีย อาศัยอยู่ใกล้เมืองกันดาฮาร์ ที่ปัจจุบันอยู่ในอัฟกานิสถาน ต่อมาครอบครัวได้ย้ายไปยังอินเดีย ที่นั่นพ่อของเธอ “มิรซา กิยาซ บายิค” (Mirza Ghiyas Baig) ได้ทำงานในราชสำนักของ “จักรพรรดิอัคบาร์” แห่งโมกุล ด้วยเป็นคนที่ซื่อสัตย์และขยันหมั่นเพียรจึงได้ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงขึ้นในฐานะมหาเสนาบดี และยังคงดำรงตำแหน่งสำคัญเรื่อยมาจนถึงสมัยของ “จักรพรรดิจาฮานคีร์” (Jahangir)

เมื่ออายุ 17 ปี “เมห์รุนนิสา” ได้แต่งงานกับ “อะลี คูลี คาน อิสตัจลู” ทหารเปอร์เซีย ซึ่งต่อมาสามีของเธอได้รับตำแหน่งขุนนางระดับสูงในเบงกอลและได้รับพระราชทานชื่อจากจักรพรรดิจาฮานคีร์ว่า “ชีร์  อัฟกัน” (Sher Afgan) มาจากภาษาเปอร์เซียแปลว่า ผู้สังหารสิงโต

แต่ไม่นานนักสามีของเธอก็มีปัญหากับจักรพรรดิที่มองว่าเขาไม่ซื่อสัตย์และคิดกบฏ พระองค์ได้สั่งให้พี่ชายบุญธรรมของตน “กูตุบุดดีน” ไปลงโทษ แต่เมื่อกูตุบุดดีนเดินทางไปทำตามคำสั่งนี้เขาก็ถูก “ชีร์  อัฟกัน” ฆ่าตาย และเขาก็ถูกฆ่าโดยทหารของกูตุบุดดีนเช่นกัน จากนั้นทหารก็นำตัวเมห์รุนนิสาซึ่งตอนนี้กลายเป็นม่ายพร้อมกับลูกสาวตัวน้อยของเธอไปยังนครอัคระ (Agra) ในฐานะนักโทษของราชสำนัก

มเหสีที่มีเสน่ห์ที่สุดของจักรพรรดิโมกุล

ในราชสำนัก “เมห์รุนนิสา” เป็นที่รู้จักเพียงแค่ในฐานะสตรีชั้นสูง แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ เธอได้สร้างตัวเองขึ้นอย่างแข็งแกร่งว่าเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถและมีการศึกษาดี ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นในด้านศิลปะซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมเปอร์เซียของเธอ 

ในช่วงเทศกาลใหญ่ครั้งหนึ่งของจักรวรรดิ เธอถูกจับตามองจากจักรพรรดิจาฮานคีร์ที่สูญเสียตัวตนจากความชื่นชมในความงามที่ไร้ที่ติของเธอ พระองค์ประกาศการแต่งงานกับนางในปีเดียวกันนั้น ซึ่งเป็น 3 ปีให้หลังจากสามีเสียชีวิต จักรพรรดิจาฮานคีร์พระราชทานนามใหม่ให้เธอว่า “นูร์ จาฮาน” (Nur Jahan) ที่มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งพิภพ”  ตั้งแต่นั้นมาคนเรียกเธอว่าเป็นมเหสีที่มีเสน่ห์ที่สุดของจักรพรรดิ

ในความเป็นจริงความสัมพันธ์ระหว่าง “จักรพรรดิจาฮานคีร์” กับ “นูร์ จาฮาน” ถือเป็นเรื่องอื้อฉาวในยุคนั้นเพราะการเป็นหญิงม่าย  พระนางเป็นมเหสีคนที่ 20 และคนสุดท้ายของจักรพรรดิจาฮานคีร์

ทั้งนี้บางคนเชื่อว่าจักรพรรดิได้หลงรัก “นูร์ จาฮาน” มาก่อน ไม่ใช่เพิ่งจะมาสนใจเธอในเทศกาล บางคนถึงขนาดอ้างว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกี่ยวกับการตายของสามีคนแรกของนูร์ จาฮาน เป็นแผนการที่จัดฉากโดยจักรพรรดิเองเพื่อทำให้เธอพร้อมสำหรับการแต่งงานกับพระองค์ แม้ว่าทฤษฎีนี้จะขาดหลักฐานสนับสนุนที่น่าเชื่อถือก็ตาม

ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ระหว่างการใช้ชีวิตคู่นั้น “นูร์ จาฮาน” ได้ยึดครองหัวใจของผู้ปกครองโมกุลไว้ด้วยพรสวรรค์โดยธรรมชาติของเธอในการสนทนา ความรู้หลายภาษา ปัญญา และความเฉลียวฉลาด จักรพรรดิจาฮานคีร์รักเธอมากจนโอนอำนาจการปกครองให้กับเธอ ทำให้โดยทางพฤตินัยเธอคือจักรพรรดินีคนแรกของจักรวรรดิโมกุล

ผู้ปกครองหญิงคนแรกที่มีอิทธิพลของจักรวรรดิโมกุล

หลังจากแต่งงานกับจักรพรรดิจาฮานคีร์ “นูร์ จาฮาน” ก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างรวดเร็ว ด้วยบุคลิกที่เข้มแข็ง มีเสน่ห์ และมีการศึกษา ทำให้พระนางเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจมากที่สุดและมีอิทธิพลต่อราชสำนักในช่วงเวลาที่จักรวรรดิโมกุลอยู่ในจุดสูงสุดของอำนาจและความรุ่งโรจน์ 

พระนางมีความเด็ดขาดและกระตือรือร้นกว่าพระสวามี โดยนักประวัติศาสตร์ถือว่าพระนางคือผู้ทรงอำนาจที่แท้จริงเบื้องหลังพระราชบัลลังก์นานมากกว่า 15 ปี “นูร์ จาฮาน” ได้รับเกียรติและสิทธิพิเศษบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับราชินีโมกุลไม่ว่าจะก่อนหรือหลังจากนั้นก็ตาม