พช. จัดนิทรรศการ “หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว” หลากเสน่ห์ หลายผลิตภัณฑ์…OTOP Village ไปแล้วจะรัก

19

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดนิทรรศการ “หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว : OTOP Village” ชูแนวคิด “หลากเสน่ห์ หลายผลิตภัณฑ์…OTOP Village ไปแล้วจะรัก” เปิดมิติใหม่ท่องเที่ยวไทย สะท้อนเสน่ห์วิถีชีวิต ภูมิปัญญา อัตลักษณ์พื้นถิ่น การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของแต่ละหมู่บ้าน รวมทั้งการจัดแสดงภาพถ่าย และมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว วันที่ 2 – 4 ตุลาคม ศกนี้ ที่ลานอเนกประสงค์ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันนี้ (2 ตุลาคม 2561) นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการ “หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว : OTOP Village” ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2560 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และสื่อมวลชนจากหลายแขนง ร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้

นายนิสิต กล่าวว่า ในปี 2561 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินงาน “โครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว : OTOP Village 8 เส้นทาง” ในพื้นที่ 31 จังหวัด จำนวน 125 หมู่บ้าน ดังนี้ เส้นทางที่ 1 อารยธรรมล้านนา 4 จังหวัด (เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และพะเยา) เส้นทางที่ 2 ฝั่งทะเลตะวันออก 4 จังหวัด (จันทบุรี ตราด ชลบุรี และระยอง) เส้นทางที่ 3 อารยธรรมอีสานใต้ 4 จังหวัด (นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี) เส้นทางที่ 4 ฝั่งทะเลตะวันตก 3 จังหวัด (เพชรบุรี ชุมพร และระนอง) เส้นทางที่ 5 วิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง 4 จังหวัด (อยุธยา นนทบุรี อ่างทอง และสิงห์บุรี) เส้นทางที่ 6 อันดามัน 4 จังหวัด (ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล) เส้นทางที่ 7 วิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง 7 จังหวัด (เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนมอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และมุกดาหาร) และเส้นทางที่ 8 มรดกโลกด้านวัฒนธรรม 2 จังหวัด (ตาก และกำแพงเพชร) พร้อมทั้งได้เร่งประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้สู่สาธารณชนในวงกว้างผ่านสื่อทุกแขนง ครอบคลุมทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์โฆษณาชุด OTOP Village..ไปแล้วจะรัก ซึ่งมี “เต๋อ – ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ รวมถึงการจัดประกวดภาพถ่ายหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “DESTINATIONS TO OTOP VILLAGE จุดหมาย…ปลายทาง หลากเสน่ห์ หลายผลิตภัณฑ์ วิถีชุมชน” เป็นต้น

สำหรับการจัดงานนิทรรศการ “หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว” ในวันนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ภูมิปัญญา อัตลักษณ์พื้นถิ่น การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของแต่ละหมู่บ้าน รวมถึงการจัดแสดงภาพถ่าย และมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งจะถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประชาสัมพันธ์โครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว : OTOP Village 8 เส้นทาง ให้เข้าถึงกลุ่มเป็นหมายในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

สำหรับงานแสดงนิทรรศการ “หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว” จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 2 – 4 ตุลาคม 2561 ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯได้มีการจำลองรูปแบบหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว จำนวน 8 หมู่บ้าน ซึ่งมีเสน่ห์แตกต่างกันไปตามอัตลักษณ์ของชุมชน ประกอบด้วย 1. บ้านต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 2. บ้านอ่าวสลัด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด 3. บ้านแก้งเรือง อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี 4. บ้านหาดสมแป้น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 5. บ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 6. บ้านคลองยาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ 7. บ้านหนองสังข์ อำเภอหนองสังข์ จังหวัดนครพนม และ 8. บ้านชุมนุมไทร (ป่าคา) อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร
นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการจัดแสดงภาพถ่ายจากการประกวดภาพถ่ายหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “DESTINATIONS TO OTOP VILLAGE จุดหมาย…ปลายทาง หลากเสน่ห์ หลายผลิตภัณฑ์ วิถีชุมชน” ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 600,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร ซึ่งจะมีการประกาศผลและมอบรางวัลในวันที่ 4 ตุลาคม 2561

“การดำเนินงานโครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงสินค้า OTOP ที่สะท้อนอัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตในท้องถิ่นนั้นๆ เข้ากับแหล่งท่องเที่ยวและบริการ โดยเน้นกระบวนการการมีส่วนร่วมในชุมชน ส่งเสริมให้ชุมชนตื่นตัวและเกิดการรวมพลังชุมชนในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรของชุมชนให้มีคุณค่า สามารถจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้าไปศึกษาเรียนรู้และท่องเที่ยวในชุมชน สร้างงานสร้างรายได้ให้คนในชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” นายนิสิต กล่าวในตอนท้าย