“มาร์ค” ชูนโยบายยกเครื่องการศึกษา เกิดป๊ับรับสิทธิ์เงินแสน

7
อภิสิทธิ์ เวชชีวะ

“อภิสิทธิ์” เปิด 10 นโยบายยกเครื่องการศึกษา เกิดป๊ับรับสิทธิ์เงินแสน แถมรับเบี้ยเด็กเข้มแข็งอีก 1000 บาทต่อเดือน รีบออกตัวไม่ใช่ประชานิยม ยังหวังเลือกตั้ง 62 จุดเปลี่ยนประเทศ ไม่ใช่แค่พิธีกรรมของนักการเมือง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงเปิดตัวนโยบายครั้งแรก เรื่องการศึกษายกระดับคุณภาพลูกหลานไทย ว่า การเลือกตั้งในเดือน ก.พ.2562 จะเป็นโอกาสสำหรับประชาชนและประเทศ จึงขออย่าเป็นเพียงพิธีกรรมสำหรับนักการเมือง เพื่อตอบสนองอำนาจหรือผลประโยชน์ แต่ต้องการให้ประเทศหลุดพ้นวังวนเดิมๆ เพื่อเป็นโอกาสให้ประชาชนยกระดับความเป็นอยู่และประเทศเดินหน้า ดังนั้น ประชาธิปัตย์จะเน้นนโยบายเปลี่ยนแปลงหลังเลือกตั้ง
ทั้งนี้เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองจะเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจและปากท้อง สำหรับประชาธิปัตย์การเปลี่ยนแปลงประเทศต้องไปสู่ความยั่งยืนที่สุด โดยปัจจัยสำคัญของการไปสู่ความเจริญก้าวหน้า คือ คน จึงต้องมีการยกเครื่องการศึกษา เพื่อคุณภาพของเด็กไทย ขจัดความเลื่อมล้ำ ให้มีโอกาสพัฒนาตนเอง ซึ่งไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่เป็นสวัสดิการที่ควรได้รับ ทั้งนี้ เน้นพัฒนาเด็กตาม 7 เป้าหมายหลัก คือ สุขภาพดี มีทักษะการคิดวิเคราะห์ มีทักษะสองภาษา มีทักษะในการใช้เทคโนโลยี มีคุณธรรมและจิตสาธารณะ เข้าใจสิทธิและหน้าที่ และมีทักษะชีวิต และยืนยันว่านโยบายด้านการศึกษาทำแล้วมีจะความคุ้มค่าที่สุดสำหรับคนไทย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายการการศึกษาจะดำเนินการใน 10 ข้อหลัก ซึ่งจะตอบโจทย์การศึกษาตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ คือ 1. เกิดปั๊บรับสิทธิ์เงินแสน เบี้ยเด็กเข้มแข็ง 0-8 ปี 1000 บาทต่อเดือนแบบถ้วนหน้า เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของเด็กตลอดปี 2.ศูนย์เด็กเล็กคุณภาพดีทั่วประเทศจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพ พัฒนาหลักสูตรที่เน้นกระบวนการคิด เพิ่มครูปฐมวัยทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กมีการพัฒนาเติบโตอย่างมีคุณภาพในทุกด้าน 3. อาหารเช้า-กลางวันฟรี มีคุณภาพ ให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่3 ผ่านสถานศึกษา โดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการที่นักเรียนควรได้รับ
4. เด็กทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ ด้วย English for All จัดการเรียนการสอนโดยเจ้าของภาษา เน้นทักษะการสื่อสารตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่2ของสังคมไทย 5.ปรับหลักสูตรเพื่อโลกอนาคต ตั้งแต่ระดับปฐมที่เน้นการคิดวิเคราะห์มากกว่าการท่องจำ
6.เรียนฟรีถึงระกับ ปวส. จบแล้วมีงานทำ ในอาชีวะศึกษาภาครัฐและเอกชน ทั้งสายช่างและพาณิชย์ พัฒนาระดับฝีมือ ทักษะการทำงานจริงเพื่อผลิตบุคลากรให้ตรงตามความต้องการของตลาด 7. การศึกษาตลอดชีวิต คูปองเพิ่มทักษะสำหรับผู้ใหญ่ แจกคูปองเพิ่มทักษะและส่งเสริมการเรียนรู้เพิ่มทักษะในด้านต่างๆ สำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ให้ทันสมัยต่อความเปลี่ยนแปลงเพิ่มโอกาสสร้างอาชีพ
8.คืนครูให้นักเรียนลกภาระงานของครูที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน 9. จัดตั้งกองทุน Smart Education เพื่อสนับสนุน Social Enterprise และ Startup ด้านการศึกษา รวมถึงการนำเทคโนโลยี EdTech (Education Technology)เพื่อใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน และการสอบ ให้มีประสิทธิภาพ และ10. การกระจายอำนาจจากกระทรวงสู่โรงเรียน