แม่ทัพภาค 4 แถลงข่าวการปฏิบัติการรวมพลังแก้ไขปัญหายาเสพติด คืนความสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

17

สำหรับผลการปฏิบัติงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นมา รวมระยะเวลา 115 วันนั้น ถือเป็นภารกิจที่มีความท้าทายเพื่อสนองตอบต่อความคาดหวังของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวดชายแดนภาคใต้  โดยมีผลการดำเนินงานด้านการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย ดำเนินการโดยการใช้กำลังภาคประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการดูแลหมู่บ้าน และชุมชน เฉลี่ยวันละ 35,000 คน  การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มุ่งเน้นสร้างภูมิคุ้มกัน โดยใช้แนวทางการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนโดยจิตอาสา “ญาลันนันบารู” เข้าดำเนินการ ปัจจุบันสามารถขับเคลื่อน กลุ่มพลังจิตอาสาได้แล้วกว่า 10,000 คน  และการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เป้าหมายเพื่อ ให้การยอมรับและเคารพในอัตลักษณ์ที่แตกต่าง และมีพื้นที่กลางทางวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ เปิดเวทีเสวนา และเข้าค่ายพหุวัฒนธรรมในหมู่บ้านนำร่อง185 ชุมชน และขยายผลให้ครอบคลุมมากขึ้น

ด้านการบังคับใช้กฎหมาย มุ่งเน้นการสลายโครงสร้างเครือข่ายการค้ายาเสพติดด้วยการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ค้า โดยให้ความเร่งด่วนกับผู้ค้ารายย่อย เน้นการแก้ปัญหาตามแนวทางสันติวิธีจากเบาไปหาหนักใช้มาตรการทางสังคมกับผู้เสพ สำหรับผู้ค้ารายใหญ่ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดผลการปฏิบัติในห้วงที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้ 2,920 คนเป็นผู้ค้ารายใหญ่ 125 คน ผู้ค้ารายย่อย 2,150 คน และผู้เสพ 13,290 คน และสามารถตรวจยึดของกลางยาบ้าจำนวน 1,333,890 เม็ดไอซ์ จำนวน 15 กิโลกรัมเฮโรอีน จำนวน 37 กิโลกรัมพืชกระท่อมจำนวน 9,389 กิโลกรัม นอกจากนั้น ยังมีคดีที่มีคำสั่งให้ตรวจสอบทรัพย์สิน จำนวน 66 ราย มูลค่าทรัพย์สิน กว่า 49 ล้านบาท และศาลมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์แล้วกว่า 22 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายสนั่น สนธิเมือง ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่งคง ศอ.บตได้กล่าวชี้แจงการดำเนินงาน ของ ศอ.บตในบทบาทหน้าที่ดูแลด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต  ซึ่งจะมุ่งดำเนินการต่อผู้ผ่านการบำบัดที่หายขาดจากการติดยาเสพติด ด้วยการฝึกอบรมอาชีพ ตามต้องการและสมัครใจ เพื่อให้มีทักษะในการประกอบอาชีพ มีงานทำ มีรายได้สามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมอย่างปกติสุข  โดยที่ผ่านมาสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต และคืนคนดี สู่สังคม ได้แล้วกว่า 1,890 คน ซึ่งในปีนี้ ตั้งเป้าจะดำเนินการ ฝึกอาชีพแก่ผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติด รุ่นแรกประจำปีงบประมาณ 2562 ในวันที่ 1 เมษายน นี้