พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้”รุ่นที่ 35

17

โดยปีนี้ มีเยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลาม จำนวน 226 คน เยาวชนที่นับถือศาสนาพุทธ จำนวน 94 คน รวมเป็น 320 คน   ครูพี่เลี้ยง 20 คน และครอบครัวอุปถัมภ์ กว่า 200 ครอบครัว

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี / ประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า ปกติ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ จะเป็นผู้เปิดโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้แต่ครั้งนี้ ไม่สามารถเดินทางมาได้ จึงมอบหมายให้ตนมาเป็นประธานในพิธีเปิดแทน อย่างไรก็ตามท่านก็ยังมีความรักและห่วงใยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ“สานใจไทย สู่ใจใต้” ทุกคน และได้มอบสารถึงเยาวชนดังนี้

“หลานรักทุกคน เสียดายและเสียใจจริง ๆ ที่ไม่ได้พบกัน เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นเราจะได้พบกันอีก หลานรักทุกคนต้องไม่ลืม ความเป็นไทย และ ความเป็นธรรม 2 วลีนี้ ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีในประเทศของเราที่ทุกคนเป็นเจ้าของ…เกิดมาต้องทดแทนคุณแผ่นดิน”

สำหรับ เยาวชนในโครงการ“สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 35 ได้เดินทางมาถึง ณ จุด ๆ นี้ได้นั้น ที่ผ่านมาเยาวชนเหลานี้ ได้เข้าร่วมกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนพ้องน้องพี่ มาอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมเชิงปฏิบัติการครูพี่เลี้ยงและเตรียมความพร้อมเยาวชนภายใต้โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ในรูปแบบกิจกรรมค่าย  3 วัน 2 คืน และ กิจกรรมปฐมนิเทศ ส่งตัวเยาวชนเข้าร่วมโครงการ ภายใต้แรงบัลดาลใจจากประโยคที่ว่า “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” เพื่อผลักดันให้เยาวชนได้เรียนรู้และมีทักษะในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม มีภาวะการเป็นผู้นำที่มีคุณภาพ พร้อมยึดมั่นและปฏิบัติตนตามหลักคำ สอนของศาสนาที่ตนเองนับถือ และสร้างทัศนคติที่ดีให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ชุมชน และร่วมกันสร้างพื้นที่ปลายด้ามขวานให้เกิดสันติสุขโดยเร็ว

ทั้งนี้ โครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากการดำริ ของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ นำเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์และชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรม ทำให้เยาวชนได้รับประสบการณ์ตรง และมีความรู้ความเข้าใจบริบทของสังคมประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยเยาวชนทุกคนจะร่วมกันพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้ จำนวน 15 วัน ก่อนจะเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 26 เมษายน 2562