สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน เป็นองค์กรก่อการร้ายแล้ว เตหะรานตอบโต้ทันควัน

492
© Tasnim News Agency

สปุตนิก/อินดีเพนเดนท์ – สหรัฐอเมริกาได้ขึ้นบัญชีอย่างเป็นทางการให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (Islamic Revolutionary Guard Corps – IRGC) เป็นองค์กรก่อการร้ายแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันจันทร์ 8 เม.ย.62

แถลงการณ์ที่ตีพิมพ์ในเว็บไซต์ทางการของทำเนียบขาว ทรัมป์คุยว่า “เป็นมาตรการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้” อันเป็นการเคลื่อนไหวซึ่ง “เล็งเห็นความเป็นจริงที่ว่าอิหร่านไม่ได้เป็นเพียงรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย แต่ IRGC ยังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการสนับสนุนเงินทุน และประชาสัมพันธ์การก่อการร้าย ในฐานะเครื่องมือการปกครองประเทศ”

ผู้นำสหรัฐฯ ชี้ว่า IRGC เป็น “แนวทางหลักของรัฐบาลอิหร่านในการกำกับและดำเนินการส่งเสริมการก่อการร้ายทั่วโลก” อันนำมาซึ่งความเคลื่อนไหวครั้งนี้ที่จะเพิ่มแรงกดดันอย่างมากต่ออิหร่าน โดยเขาเน้นย้ำว่า “ถ้าคุณทำธุรกิจกับ IRGC ก็เท่ากับคุณสนับสนุนเงินทุนในการก่อการร้าย”

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ไมกค์ ปอมปีโอ ระบุว่า มาตรการนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายใน 1 สัปดาห์นับจากนี้

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ จัดให้กองทัพชาติอื่นอยู่ในบัญชีดำองค์กรก่อการร้าย ก่อนหน้านี้สหรัฐฯได้ออกมาตรการแซงชั่นบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ IRGC หลายสิบคน แต่ไม่ใช่ตัวองค์กรเองเพราะกลัวว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจนำไปสู่การตอบโต้

อิหร่านตอบโต้ทันควัน

ก่อนหน้านี้ฝ่ายนิติบัญญัติของอิหร่านเตือนว่าหากวอชิงตันเดินหน้าและกำหนดให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านเป็นกลุ่มก่อการร้าย เตหะรานจะตอบโต้ด้วยการขึ้นบัญชีดำทหารสหรัฐฯ ในฐานะกลุ่มก่อการร้ายเช่นเดียวกับดาอิช (ไอซิส)

ล่าสุด ในวันเดียวกัน สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ก็ได้ประกาศให้สหรัฐเป็นประเทศสนับสนุนก่อการร้าย ซึ่งถือเป็นการตอบโต้แบบทันควัน หลังจากสหรัฐ กำหนดให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านเป็นองค์กรก่อการร้าย

เตหะรานได้ประกาศให้ กองบัญชาการกลางของสหรัฐ หรือ “เซนท์คอม” (CENTCOM) และกองกำลังทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเป็นกลุ่มก่อการร้าย และระบุว่าสหรัฐฯเป็น “ผู้สนับสนุนการก่อการร้าย”

สภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน ประณามความเคลื่อนไหวของสหรัฐว่า “เป็นการกระทำที่โง่เขลาและผิดกฎหมาย” และชี้ว่าอชิงตัน “เป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อเสถียรภาพและสันติภาพในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ”

ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้นหลังทรัมป์นำพาสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์กับเตหะรานเมื่อปี 2015 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และดำเนินมาตรการคว่ำบาตรที่ทำลายเศรษฐกิจของอิหร่าน

หน่วยพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC)

หน่วยพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน หรือ IRGC (Islamic Revolutionary Guard Corps) ก่อตั้งขึ้นไม่นานภายหลังการปฏิวัติอิสลามปี 1979 เพื่อปกป้องระบบการปกครองที่นำโดยนักการศาสนาชีอะห์ และคานอำนาจกับกองกำลังทหารอื่น ๆ ในอิหร่าน

IRGC เป็นองค์กรความมั่นคงชั้นยอดและทรงพลังที่สุดของอิหร่าน มีอำนาจควบคุมภาคส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจอิหร่านอย่างกว้างขวาง และมีอิทธิพลอย่างมากในระบบการเมือง

IRGC ทำหน้าที่ควบคุมขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เตหะรานได้เตือนว่ามีขีปนาวุธที่มีพิสัยไกลถึง 2,000 กม. ที่จ่อไปยังอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

IRGC มีกำลังทหารประมาณ 125,000-150,000 นาย ที่มีทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยฟังคำสั่งตรงจากผู้นำสูงสุด “อายะตุลเลาะห์ อะลี คาเมเนอี”