“คาเมเนอี” ออกโรง! ไม่อนุญาตให้สหรัฐฯ เจรจาพูดคุยกับอิหร่าน ชี้แค่ ‘การหลอกลวง’ เท่านั้น

926
อายะตุลเลาะห์ คาเมเนอี
อายะตุลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านพบปะกับเจ้าหน้าที่ตุลาการของอิหร่านในกรุงเตหะราน ในวันพุธ 26 มิ.ย. 2019 (Photo by khamenei.ir)

ผู้นำสูงสุดอิหร่าน “อายะตุลเลาะห์ อะลี คาเมเนอี” ได้บอกปัดข้อเรียกร้องของอเมริกาเกี่ยวกับการแสวงหาการเจรจากับเตหะราน โดยระบุว่า เป็น “การหลอกลวง” เขากล่าวว่าข้อเสนอดังกล่าวมีจุดประสงค์เพียงเพื่อแยกประเทศอิหร่านออกจาก “องค์ประกอบแห่งอำนาจ” เพรสทีวี สื่ออิหร่านรายงาน

อายะตุลเลาะห์ คาเมเนอี กล่าวระหว่างการพบปะกับเจ้าหน้าที่ตุลาการของอิหร่าน ในวันพุธ (26 มิ.ย.) ที่กรุงเตหะราน ตอบโต้ต่อข้อเสนอหลายครั้งที่จะให้มีการเจรจาเมื่อเร็วๆ นี้โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของเขา ท่ามกลางแคมเปญ “กดดันสูงสุด” ต่อประเทศอิหร่าน

สหรัฐ “ล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายโดยการกดดัน ศัตรูกำลังเดินหน้าต่อพร้อมกับข้อเสนอการเจรจา – ด้วยความอวดดีว่าชาวอิหร่านนั้นเป็นคนง่ายๆ – และอ้างว่า “ประเทศอิหร่านน่าจะก้าวหน้า” คาเมเนอี กล่าว

ผู้นำอิหร่านกล่าวเสริมว่า ประเทศนี้ “จะมีความก้าวหน้าอย่างแน่นอน แต่ [จะเกิดขึ้น] โดยไม่ต้องมีคุณ และในสภาพที่คุณไม่ได้เข้าใกล้”

ในความเป็นจริงข้อเสนอของวอชิงตันนั้นหมายถึงการตัดอิหร่านออกจากอาวุธ และกำจัดองค์ประกอบของอำนาจ (elements of power) คาเมเนอีกล่าว

ด้วยกลัวในความแข็งแกร่งของอิหร่าน ขณะนี้ชาวอเมริกันกำลังพยายามนำประเทศนี้เข้าสู่โต๊ะเจรจา เพื่อที่พวกเขาจะได้นำ “อาวุธและองค์ประกอบแห่งอำนาจ” ออกไป และสร้างความหายนะให้กับประเทศนี้ ผู้นำสูงสุดกล่าว

อายะตุลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านพบปะกับเจ้าหน้าที่ตุลาการของอิหร่านในกรุงเตหะราน ในวันพุธ 26 มิ.ย. 2019 (Photo by khamenei.ir)

คาเมเนอีกล่าวว่า ในกรณีที่เตหะรานยอมรับข้อเสนอและจำนนต่อข้อเรียกร้องของวอชิงตัน สหรัฐฯ ก็จะเคลื่อนเข้ามาทำร้ายประเทศนี้ และหากอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอ สหรัฐฯ ก็จะรักษาแรงกดดัน เช่นเดียวกับการรณรงค์ทางการเมืองและการโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้

ผู้นำสูงสุดอิหร่านยืนยันอีกครั้งว่า ประเทศอิหร่านจะไม่ล่าถอยในการเผชิญหน้ากับ “การแซงชั่นที่โหดร้าย” และการสบประมาทของอเมริกา และจะดำเนินต่อไปบนเส้นทางสู่ความก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรือง

“รัฐบาลที่น่าเกลียดชังและโหดร้ายที่สุดในโลก – ซึ่งตนเองอยู่เบื้องหลังสงคราม การปลุกระดม และการเอารัดเอาเปรียบประเทศอื่น – มีการกล่าวหาและเหยียดหยามต่อประเทศที่มีเกียรติอย่างอิหร่านทุกวี่วัน” ผู้นำกล่าว

คำปราศรัยของผู้นำอิหร่านเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากสหรัฐฯ กำหนดมาตรการลงโทษใหม่ โดยมีเป้าหมายที่ อายะตุลเลาะห์ คาเมเนอี สำนักงานของเขา และผู้บัญชาการอาวุโสของหน่วยพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) รวมทั้งวอชิงตันยังตั้งเป้าแซงชั่นต่อรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน นายโมฮัมหมัด จาวาด ซารีฟ ด้วย