หน้าแรก ประชาสัมพันธ์/กิจกรรม

ผลักดัน“การปลูกไผ่เศรษฐกิจ”ให้เป็นพืชแห่งอนาคต ศอ.บต. ร่วมลงนาม MOU กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคการเกษตร ภาคเอกชนจากเกาหลีใต้

31

สืบเนื่องจากสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดย สภาเกษตรกรจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยคณะทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ริเริ่มและขยายผลโครงการส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสานของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2560 ไปสู่การทำเกษตรผสมผสานในวงกว้างมากขึ้นให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านและชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายในปี พ.ศ. 2565 มีเป้าหมายหลักเพื่อปรับเปลี่ยนการทำเกษตรกรรมของเกษตรกรในพื้นที่ จากเดิมเป็น “การปลูกยางเชิงเดี่ยว” หรือ “พืชเชิงเดี่ยวอื่น ๆ” ให้เป็น “ฟาร์มสวนยาง” ที่นำหลักการเกษตรผสมผสานมาปรับและพัฒนาให้เข้ากับวิถีชีวิตของประชาชน รวมทั้ง ให้สอดคล้องกับหลักภูมิศาสตร์ ภูมิสังคมของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพร้อมกัน ไปสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดคุณค่าและประโยชน์สูงสุด สร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนและเป็นหลักประกันการสร้างรายได้ในระยะยาว  ศอ.บต. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีแนวทางที่จะส่งเสริมเกษตรผสมผสาน ผ่าน “การปลูกไผ่เศรษฐกิจ” ซึ่งถือว่าเป็นพืชแห่งอนาคตตัวใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะช่วยเพิ่มช่องทางการสร้างเศรษฐกิจและรายได้ให้กับเกษตรกรร่วมกับพืชเดิมที่เกษตรกรเพาะปลูก

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีการขับเคลื่อนจากหลายภาคส่วน อาทิ สภาเกษตรกรแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และภาคเอกชนจากประเทศเกาหลีใต้ สำหรับภาคเอกชนจากประเทศเกาหลีใต้ นำโดย บริษัทดีเค เอเนอร์จี จำกัด  บริษัท วูแอม คอร์เปอเรชั่น บริษัท จีบี เอเนอร์จี จำกัด บริษัท วู้ดพลัส จำกัด จะเป็นหน่วยรับซื้อไม้ไผ่เศรษฐกิจที่มีขนาดลำต้นเหมาะสมของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทุกรายโดยกำหนดอัตราการซื้อขายที่ราคาระหว่าง 650-700 บาทต่อตัน เป็นระยะเวลา 21 ปี (พ.ศ. 2563-2583) ทั้งนี้ การกำหนดราคาข้างต้นจะเป็นไปในราคาเช่นใดนั้น ให้พิจารณาตามราคามาตรฐานอ้างอิงตลาดต่างประเทศและพิจารณาถึงประโยชน์และรายได้ของเกษตรกรเป็นสำคัญ จะมีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้การผลิตไผ่เศรษฐกิจ ต้นแบบอุตสาหกรรมป่าไม้เศรษฐกิจและการแปรรูปแบบครบวงจร โดยดำเนินธุรกิจในพื้นที่ภายใต้ข้อตกลงของ United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC) ว่าด้วย Clean Development Mechanism (CDM) โดยไม่ดำเนินการใดใดที่จะนำไปสู่การสร้างปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ภาคีภาคการเกษตรจะดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนและกำหนดพื้นที่นำร่อง ในเบื้องต้นจะเริ่มดำเนินการที่ ต.กาบัง จ.ยะลา ในการคัดกรองเกษตรกรที่มีความต้องการปลูกไผ่ในพื้นที่

พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ให้สัมภาษณ์ว่า ศอ.บต. จะเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามเป้าหมาย ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนเพื่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การปลูกไผ่เศรษฐกิจ เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ภายใต้พลังงานสีเขียว ทิศทางนี้จะสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างแน่นอน

ด้านนายอับดุลอาซิ ดือราแม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา กล่าวว่า  โครงการที่หลายภาคส่วนร่วมกันส่งเสริมในครั้งนี้เกษตรกรในพื้นที่มีความสนใจเป็นอย่างมาก และมีความพร้อมในเรื่องการปลูกไผ่เพื่อส่งเสริมอาชีพให้แก่พี่น้องประชาชน ทาง อบต. จะมีการส่งเสริมในเรื่องการมอบองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ในเรื่องการปลูกไผ่อย่างถูกต้องเพื่อให้ไผ่เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถส่งไปยังบริษัทของประเทศเกาหลีได้อย่างมีคุณภาพต่อไปอย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญของการขับเคลื่อนสนับสนุนและผลักดันนโยบาย “การปลูกไผ่เศรษฐกิจ” ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม จำเป็นจะต้องเชื่อมโยงการทำงานของทุกภาคส่วนมาผนึกกำลังการทำงานร่วมกัน อย่างเป็นระบบและครบวงจร โดยมุ่งเป้าหมายหลักร่วมกันคือ ยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีรายได้ที่มั่นคงและเพียงพอต่อการดำเนินชีวิต ไปสู่การเพิ่มจำนวนเกษตรกรและผู้ได้รับประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มากขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาปี พ.ศ. 2565 โดยเฉพาะความพยายามเชื่อมโยงประสานการทำงานร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น และทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ครอบคลุมกระบวนการทำงานทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทางเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับประโยชน์สูงสุดจากการพัฒนาของรัฐ เอกชนและสถาบันวิชาการต่อไป