อิหร่านชอบสิ่งนี้!! กองทัพเรืออังกฤษไม่มีเรือพอที่จะลาดตระเวนอ่าวเปอร์เซีย

379
เรือหลวงควีนอลิซาเบธ ในยิบรอลตาร์ ปี 2018

กองทัพเรืออังกฤษมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนเรือรบเป็นสองเท่าในอ่าวเปอร์เซีย หลังจากกองกำลังอิหร่านพยายามโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2019

แต่การเพิ่มขึ้นชั่วคราวของเรือรบอังกฤษในภูมิภาคนี้ “จากหนึ่งลำเป็นสองลำ” เท่ากับตอกย้ำว่ามีเพียงเรือไม่กี่ลำที่กองทัพเรืออังกฤษสามารถนำไปใช้งานได้ “แม้ในกรณีฉุกเฉิน” ก็ตาม

เรือของอิหร่านพยายามที่จะ “ขัดขวาง” เรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เรือหลวงมอนโทรส (HMS Montrose) เรือฟริเกตประเภท 23 (Type 23 frigate) “ถูกบังคับให้แล่นไปมา (คุ้มครอง) ระหว่างเรือสามลำกับเรือบรรทุกน้ำมัน” ตามรายงานของบีบีซี

รัฐบาลอังกฤษอ้างว่า เรือโจมตี (ที่พยายามเข้าประชิดเรืออังกฤษ) เป็นของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) นอกจากนั้น IRGC ยังถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยระเบิดหลายครั้งโดยมีเป้าหมายไปที่เรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียและน่านน้ำโดยรอบ

ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ตัดสินใจนำสหรัฐฯ ถอนตัวฝ่ายเดียวจากข้อตกลงปี 2015 ซึ่ง จำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และหลังทรัมป์ฟื้นมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เตหะรานก็กลับมาเพิ่มปริมาณสำรองยูเรเนียมอีกครั้ง

เหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันในเดือนกรกฎาคม 2019 บังคับให้กองทัพเรืออังกฤษเร่งมือในหลายสัปดาห์ในการวางแผนการส่งเรือหลวงดันแคน (HMS Duncan) เรือพิฆาต ประเภท 45 (Type 45 destroyer) ลงสู่อ่าวเปอร์เซีย โดยมอนโทรสและดันแคนจะคอยลาดตระเวนในอ่าวเปอร์เซียร่วมกัน ก่อนที่มอนโทรสจะกลับไปที่น่านน้ำอังกฤษเพื่อทำการบำรุงรักษา

ดันแคนแล่นลงใต้ผ่านบอสฟอรัสเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2562 โดยเรือพิฆาตลำนี้อยู่ในภูมิภาคทะเลดำเพื่อฝึกซ้อมในโปรแกรมของนาโต้

แผนก่อนหน้านี้คือการให้มอนโทรสออกจากอ่าวเปอร์เซียก่อนที่ดันแคนจะมาถึง การเร่งใช้งานเรือพิฆาต “จะช่วยให้การปรากฏตัวของกองทัพเรือต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืนในช่องแคบฮอร์มุซ” โฆษกกระทรวงกลาโหมของอังกฤษกล่าว

กองทัพเรืออังกฤษน่าจะไม่สามารถเก็บเรือรบสำคัญสองลำในอ่าวเปอร์เซียได้นานกว่าสองสามสัปดาห์ หลังจากหลายทศวรรษของการปรับลดงบด้านการป้องกันประเทศอย่างหนักหน่วง กองทัพเรืออังกฤษมีเรือพิฆาตและเรือรบเพียง 19 ลำ และในจำนวนนี้มีเพียงไม่กี่ลำเท่านั้นที่สามารถนำมาใช้ได้ในเวลาที่กำหนด

ยุทธศาสตร์ใหม่ด้านการป้องกันประเทศของลอนดอนที่ออกมาในเดือนธันวาคม 2018 สัญญาว่าจะรักษากองเรือไว้ แต่จะไม่ขยายอย่างมีนัยสำคัญ

การตัดงบประมาณเป็นครั้งคราวนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 ทำให้กองทัพอังกฤษหดตัวลงครึ่งหนึ่ง การตัดครั้งล่าสุดเริ่มขึ้นในปี 2010 ท่ามกลางกองกำลังอื่นๆ ที่ถูกปรับลด มีเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำ เรือสะเทินน้ำสะเทินบกสองลำ และเรือรบสี่ลำ รวมทั้งเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลของกองทัพอากาศ และเครื่องบินโจมตี แฮร์ริเออร์ จัมพ์ เจ็ท (Harrier jump jets) กำลังคนในเครื่องแบบลดลง 30,000 คน

เมื่อปลายปี 2017 มีข่าวลือว่าสหราชอาณาจักรอาจพยายามชดเชยต้นทุนการออกจากสหภาพยุโรปโดยการตัดงบกองทัพลงไปอีก เรือสะเทินน้ำสะเทินบกดูเหมือนจะเปราะบางเป็นพิเศษ

โชคดีสำหรับกองกำลังสหราชอาณาจักร ที่งบประมาณมีความเสถียรอยู่ที่ประมาณ 55 พันล้านเหรียญต่อปี ในปี 2017 และปี 2018 ทั้งรัฐบาลยังได้จัดสรรงบพิเศษให้กอทัพอีก 2 พันล้านดอลลาร์ รวมกันแล้วก็เหนือระดับการใช้จ่ายตามแผน เพียงพอที่จะจ่ายเงินเดือนเจ้าหน้าที่ 196,000 นาย ซึ่งรวมทั้ง ลูกเรือ ทหาร นักบิน และบุคลากรพลเรือน

เงินพิเศษนี้บางส่วนมาจากกองทุนสำรอง 13 พันล้านเหรียญสหรัฐที่เตรียมไว้สำหรับเรือดำน้ำขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic-missile) ชั้นเดรดนอต (Dreadnought) ใหม่ 4 ลำ ที่กองทัพเรือกำลังพัฒนาด้วยค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 39 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงเกือบเท่าที่กองทัพอังกฤษใช้ทั้งหมดในหนึ่งปี

แผนการใช้จ่ายงบประมาณในระดับที่สูงขึ้นยังดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่ยังคงวางแผนในการสร้างและบำรุงรักษากองเรือ รวมทั้งเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นควีนอลิซาเบธ 2 ลำ, เรือพิฆาตประเภท 45 จำนวน 6 ลำ, เรือฟริเกตประเภท 26 จำนวน 8 ลำ, เรือฟริเกตประเภท 31 จำนวน 5 ลำ เรือดำน้ำจู่โจมชั้นเยี่ยมเจ็ดลำ, เรือลาดตระเวน 24 ลำ, เรือทุ่นระเบิด 12 ลำ, เรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบกห้าลำ และเรือขนส่ง 9 ลำ, พร้อมด้วยกองกำลังเฮลิคอปเตอร์หกลำ และเครื่องบินรบล่องหน F-35 จำนวน 48 ลำ

ทว่าโครงการของกองทัพเรือเหล่านั้นยังคงอยู่ “บนกระดาษ” เสียเป็นส่วนใหญ่!!

มาร์ก เซดวิลล์ (Mark Sedwill) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลอังกฤษ ได้เปิดเผยในเดือนพฤษภาคม 2018 ว่า กองทัพเรืออังกฤษมีแนวโน้มที่จะมีเรือไม่เพียงพอที่จะคุ้มกันเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่สองลำ และจะพึ่งพากองทัพพันธมิตรเพื่อปกป้องเรือบรรทุกเครื่องบินดังกล่าวในช่วงเวลาที่เกิดสงคราม

ดังนั้นการที่กองทัพเรืออังกฤษพยายามดิ้นรนเพื่อรักษาเรือรบสองลำในอ่าวเปอร์เซีย มันจึงไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการแพร่งพรายให้เห็นว่ากองเรือนี้อยู่ในภาวะร่อแร่เพียงใด!!

โต๊ะต่างประเทศเดอะพับลิกโพสต์: แปล/เรียบเรียงจาก https://nationalinterest.org

เกี่ยวกับผู้เขียน: “David Axe” serves as Defense Editor of the National Interest. He is the author of the graphic novels  War Fix, War Is Boring and Machete Squad.