ยบุญธรรม มุณีกาญจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เผยว่า เลขาธิการ ศอ.บต. ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และการดำเนินกิจกรรมระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก จึงให้คณะทำงานฯ นำเสนอข่าวการจัดกิจกรรม จัดนิทรรศการและแสดงผลิตภัณฑ์สินค้าและอาหารฮาลาลในงานเทศกาลสินค้าและอาหารฮาลาล (Thai Festival) รวมทั้งนำเสนอข่าวการประชุมว่าด้วยการความมือการพัฒนาเศรษฐกิจไทย–มาเลเซีย ณ เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของผู้ประกอบการและภาคเอกชน ให้สามารถขยายช่องทาง การส่งออกและเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ เพื่อรักษาและสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาล ในการสนับสนุนให้มีการเปิดช่องทางการตลาดสินค้าของดีชายแดนใต้ให้เพิ่มมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการให้ประชาชนสามารถเชื่อมตลาดได้ด้วยตนเองและสามารถจำหน่ายสินค้าของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เมื่อวานที่ผ่าน คณะได้ประชุมร่วมกันที่สำนักงาน EUPEN Kelantan รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดย นายมงคล สินสมบูรณ์ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงยานพาหนะข้ามแดนระหว่างชายแดนไทย–มาเลเซียซึ่งยังมีปัญหาอุปสรรค เนื่องจากมาเลเซียอนุญาตให้สามารถขนส่งทั้งผู้โดยสารและสินค้าอย่างจำกัด และกฎหมายไม่อนุญาตให้รถตู้เข้าไปได้ ซึ่งมาเลเซียใช้หลักการเดียวกับสิงคโปร์ ทางฝั่งมาเลเซียมีแผนที่จะรับนักท่องเที่ยวปีละ 30 ล้านคนในปีหน้า จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศรวมทั้งประเทศไทยเพื่อให้สามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้ นอกจากนี้ได้หารือเรื่องการเชิญชวนคนไทยไปลงทุนในประเทศมาเลเซียซึ่งทางมาเลเซียยินดีและพร้อมสนับสนุน รวมถึงความร่วมมือด้านฮาลาล ซึ่งทางมาเลเซียมีจุดแข็งในเรื่องตลาดสินค้าฮาลาล รวมทั้งเครื่องหมายรับรองฮาลาล ซึ่งสามารถส่งขายไปทั่วโลก หากเกิดความร่วมมือกันได้ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการในประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
อย่างไรก็ตาม กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การหารือร่วมกันในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ คือการหาลู่ทางการเปิดตลาดสินค้าไทยสู่ตลาดมาเลเซีย ซึ่งการที่มีภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมมือให้การสนับสนุน จะสามารถเชื่อมโยงต่อไปในวันข้างหน้าได้ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะสามารถสร้างเกราะคุ้มกันหรือให้ปลอดภัยจากการได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกภายนอกคือการเชื่อมโยงและเพิ่มมูลค่าการค้าของกันและกันให้มากขึ้น ซึ่งสินค้าไทยเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง การหารือในครั้งนี้จะสามารถเชื่อมโยงความร่วมมือให้เกิดขึ้นได้จริงในอนาคต




