57 ปี รอยยิ้มของประชาชน ความสุขของคนไทย คือแรงบันดาลใจของเรา

6

การสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ทำให้ครอบครัวมีความสุข ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ คือแรงบันดาลใจ ความภาคภูมิใจของเราชาว พช. (กรมการพัฒนาชุมชน) ที่ได้เห็นประชาชนในชนบทมีรอยยิ้ม มีความสุข จากการสร้างพลังชุมชน ใช้พลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาทุกมิติ จนเกิดผลสำเร็จในชุมชนอย่างหลากหลาย

ในปี พ.ศ. 2483 กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศใช้แผนการบูรณะชนบทพัฒนา โดยมีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ สร้างสรรค์ชีวิตจิตใจของประชาชนในชนบทให้เหมาะสมที่จะเป็นพลเมืองดี และส่งเสริมให้ประชาชนมีการครองชีพที่ดีขึ้น และได้จัดตั้งสำนักงานพัฒนาการท้องถิ่นขึ้นในปี พ.ศ. 2499 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่น และมีการริเริ่มโครงการพัฒนาท้องถิ่นในปีถัดมา โดยมีปลัดพัฒนากรเป็นผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเรียกกันในภายหลังว่า “พัฒนากร”

จวบจนกระทั่งปี พ.ศ. 2505 รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม ฉบับที่ 10 และจัดตั้งกรมการพัฒนาชุมชนขึ้น เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2505ภารกิจในระยะแรกของกรมการพัฒนาชุมชนคือ ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและการพัฒนาตนเอง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าพัฒนากรต้องทำงานกับประชาชน มิใช่ทำให้ประชาชน

ตลอดระยะเวลา 57 ปีที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชนได้ปรับเปลี่ยนองค์กรให้เหมาะสม กับสถานการณ์และความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ทั้งการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน ปรับโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ขององค์กรหลายครั้ง กฎกระทรวงมหาดไทย ปี 2552 กำหนดให้กรมการพัฒนาชุมชนมีบทบาทหน้าที่ 7 ประการ คือ 1) กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ มาตรการ และแนวทางในการพัฒนาชุมชนระดับชาติ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐ เอกชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านการพัฒนาชุมชนได้ใช้เป็นกรอบแนวทาง ในการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความสามารถและความเข้มแข็งของชุมชน 2) จัดทำและพัฒนาระบบมาตรฐาน การพัฒนาชุมชน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับประเมินความก้าวหน้าและมาตรฐานการพัฒนาของชุมชน 3) พัฒนาระบบและกลไกในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การจัดการความรู้ การอาชีพ การออม และการบริหารจัดการเงินทุนของชุมชน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของประชาชน ชุมชน ผู้นำชุมชน องค์การชุมชน และเครือข่ายองค์การชุมชนวิเคราะห์ 4) สนับสนุนและพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศชุมชน ส่งเสริมการใช้ประโยชน์และการให้บริการข้อมูลสารสนเทศชุมชน เพื่อใช้ในการวางแผนบริหารการพัฒนาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 5) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนา และสร้างองค์ความรู้เพื่อใช้ในงานพัฒนาชุมชน และการจัดทำยุทธศาสตร์ชุมชน 6) ฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน องค์การชุมชน และเครือข่ายองค์การชุมชนให้มีความรู้ ทักษะ ทัศนคติ และสมรรถนะในการทำงาน รวมทั้งให้ความร่วมมือทางวิชาการด้านการพัฒนาชุมชนแก่หน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ 7) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรม หรือตามที่กระทรวง หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

แต่สิ่งหนึ่งที่กรมการพัฒนาชุมชนไม่เคยเปลี่ยนคือ “หลักการพัฒนาชุมชน” การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และประชาชนพึ่งตนองได้ จนถึงปัจจุบันซึ่งโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนไม่อาจคาดการณ์ถึงอนาคตที่แน่นอนได้ และยังเชื่อว่า “หลักการพัฒนาชุมชน” การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และการพึ่งตนเองได้ของประชาชน จะช่วยให้ประชาชนยังดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ดังที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติราชการของกรมการพัฒนาชุมชน ด้วยวิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2564” และได้ออกแบบกิจกรรมหลายกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนพัฒนาตนเองและพัฒนาชุมชนให้พึ่งตนเองได้ ช่วยกันสร้างเศรษฐกิจของชุมชนให้มั่นคง และเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ในการสร้างความมั่งคั่ง และความยั่งยืน ในสังคมไทย อาทิ การสร้างสัมมาชีพชุมชนเพื่อให้ประชาชนมีอาชีพ ที่ไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ซึ่งส่งเสริมให้ประชาชนสร้างพลังทางการเงินของชุมชนด้วยเงินออมจำนวนน้อยนิดของสมาชิกจนกลายเป็นเงินจำนวนมากที่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงิน และเป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วยภูมิปัญญาในชุมชน การพัฒนาอาสาพัฒนาชุมชนและผู้นำชุมชนเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนและขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิ