หลายคนมองว่า อาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย แน่นท้อง จุกเสียดหลังมื้ออาหาร เป็นเพียงผลจากการกินเร็ว เครียด หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี การทำงานล่วงเวลาจนดึก หรือการใช้ชีวิตแข่งกับเวลา แต่ความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคกรดไหลย้อน”
ทำความเข้าใจโรคกรดไหลย้อน
โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) คือ ภาวะที่น้ำย่อยหรือกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปยังหลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว หรืออาการอื่น ๆ ที่รบกวนการดำเนินชีวิต และหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
โดยกรดไหลย้อนเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง (Lower Esophageal Sphincter: LES) ที่ทำหน้าที่เปิด เพื่อให้อาหารผ่านลงกระเพาะอาหาร และปิด เพื่อกั้นไม่ให้กรดไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร หากกล้ามเนื้อนี้ หย่อนสมรรถภาพหรือปิดไม่สนิท จะทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมายังหลอดอาหารได้ง่าย นอกจากนี้ อาจเกิดจากการบีบตัวของหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหารผิดปกติ รวมถึงอาจเกิดจากโรคประจำตัวบางอย่าง
นอกจากสาเหตุข้างต้น โรคกรดไหลย้อน สามารถเกิดได้จากพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำวัน โดยในปัจจุบัน คนไทยจำนวนมากเผชิญกับปัญหาโรคกรดไหลย้อน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบ ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ตัว และไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนทำให้อาการกรดไหลย้อนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในหลาย ๆ ด้าน โดยคุณอ๊อฟ ชัยนนท์ หาญคีรีรัตน์ ผู้ประกาศข่าวรุ่นใหม่ หนึ่งในผู้ที่เคยเผชิญกับโรคกรดไหลย้อนได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่มีอาการคล้ายกัน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพก่อนที่โรคจะทวีความรุนแรงหรือส่งผลกระทบในระยะยาว
7 สัญญาณอาการโรคกรดไหลย้อน รู้ก่อนจัดการได้
นอกเหนือจากอาการเรอเปรี้ยวหรือแสบร้อนกลางอกหลังมื้ออาหาร เชิญชวนให้ทุกคนลองสังเกตตัวเอง เพราะหากพบว่า มีอาการเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายข้อร่วมกัน อาจเป็นสัญญาณว่า คุณกำลังเผชิญกับภาวะกรดไหลย้อน และควรเริ่มดูแลสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรับคำแนะนำที่ถูกต้อง
- ท้องอืด อาหารไม่ย่อยจากกรดเกิน
- ไม่สบายท้อง แน่นท้อง จุกเสียด
- ปวดท้องช่วงบน จุกแน่นลิ้นปี่
- เรอเปรี้ยว
- คลื่นไส้ รู้สึกเหมือนมีน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมา
- แสบร้อนกลางอก
- แสบคอ จุกแน่นในลำคอ กลืนลำบาก
ปัจจัยและพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน
สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดโรคกรดไหลย้อนหรือเพิ่มความรุนแรงขึ้น มักมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่หลายคนอาจมองข้าม
- ปัจจัยจากการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกิน เช่น กินอาหารไม่ตรงเวลา กินมากเกินไป กินเสร็จแล้วนอนทันที การกินอาหารบางชนิด เช่น อาหารมัน อาหารทอด อาหารรสจัด น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมไปถึงความเครียด การดื่มสุรา และการสูบบุหรี่
- ปัจจัยทางกายภาพ น้ำหนักตัวมากเกินไปหรือเป็นโรคอ้วน อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์
- ปัจจัยจากโรคและยา
ผลกระทบและภาวะแทรกซ้อน
แม้โรคกรดไหลย้อนจะดูเหมือนเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่รุนแรงในช่วงแรกจนทำให้หลายคนมองข้ามความอันตรายไป แต่ถ้าหากไม่ดูแลรักษาอาการอย่างเหมาะสม อาการอาจลุกลามจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
ผลกระทบระยะสั้น
- คุณภาพชีวิตลดลง: เมื่อมีอาการผิดปกติจากกรดไหลย้อน อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวจนรบกวนกิจวัตรประจำวัน เช่น การนอนหลับ การรับประทานอาหาร
- การทำงานขาดประสิทธิภาพ: อาการที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง จำเป็นจะต้องหยุดงานหรือขาดงานบ่อยครั้ง
- ปัญหาทางสังคม: เมื่อมีอาการไม่สบาย อาจทำให้รู้สึกไม่อยากเข้าสังคมหรือไม่อยากทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น
ผลกระทบระยะยาว
- การอักเสบเรื้อรังของหลอดอาหาร (Esophagitis): กรดที่ไหลย้อนขึ้นมาสัมผัสเยื่อบุหลอดอาหารซ้ำ ๆ จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง อาจมีแผลหรือเลือดออก ทำให้กลืนอาหารลำบากหรือเจ็บขณะกลืน
- Barrett’s Esophagus: ภาวะที่เยื่อบุหลอดอาหารเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลอดอาหารในอนาคต
- ความเสี่ยงต่อมะเร็งหลอดอาหาร: การอักเสบเรื้อรัง และภาวะ Barrett’s Esophagus เพิ่มโอกาสที่เซลล์เยื่อบุหลอดอาหารจะกลายเป็นเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนรุนแรงหรือเป็นมานาน
การป้องกันและการจัดการเบื้องต้น
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน : ทานอาหารให้ตรงเวลา และไม่ทานในปริมาณมากในมื้อเดียว แต่แบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ หลายมื้อ พร้อมหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการ และไม่นอนทันทีหลังกินอาหาร ควรรออย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง
- การจัดการความเครียด : หาสิ่งผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงานหรือการเรียน เช่น การออกกำลังกาย การทำงานอดิเรกที่ชอบ และการนอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอ
- การดูแลสุขภาพทั่วไป : ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
- การเลือกรับประทานยาลดกรดและบรรเทากรดไหลย้อนจากประเทศอังกฤษที่มี 2 กลไกการออกฤทธิ์ ทั้งช่วยปรับสภาพกรดในกระเพาะอาหารให้เป็นกลาง พร้อมสร้างชั้นแพเจล เพื่อป้องกันกรดไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร ออกฤทธิ์นาน 4 ชั่วโมง
แหล่งอ้างอิง:
สนับสนุนโดยกาวิสคอน
เมื่อมีอาการกรดไหลย้อน ต้อง ‘กาวิสคอน ดับเบิ้ล แอคชั่น มิ้นต์’ ยาบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อยเนื่องจากกรดไหลย้อน และลดกรดในกระเพาะอาหาร ด้วย 7 คุณสมบัติรักษาหลากหลายอาการจากกรดไหลย้อน
- อาหารไม่ย่อย
- แสบร้อนกลางอก
- กรดเกิน
- เรอเปรี้ยว
- เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น
- ใช้ได้ในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร (ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และเภสัชกร)
- ใช้ได้ในผู้สูงอายุ
ด้วย 2 กลไกการออกฤทธิ์ ไม่เพียงลดกรด ปรับสภาพกรดในกระเพาะอาหารให้เป็นกลาง แต่ยังสร้างแพเจล ป้องกันกรดไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร ออกฤทธิ์นาน 4 ชั่วโมง
