วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

อ๊อฟ ชัยนนท์ บอกเล่าประสบการณ์ พร้อมชวนเช็ก 7 อาการสัญญาณกรดไหลย้อน

-

หลายคนมองว่า อาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย แน่นท้อง จุกเสียดหลังมื้ออาหาร เป็นเพียงผลจากการกินเร็ว เครียด หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี การทำงานล่วงเวลาจนดึก หรือการใช้ชีวิตแข่งกับเวลา แต่ความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคกรดไหลย้อน”

ทำความเข้าใจโรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) คือ ภาวะที่น้ำย่อยหรือกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปยังหลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว หรืออาการอื่น ๆ ที่รบกวนการดำเนินชีวิต และหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

โดยกรดไหลย้อนเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง (Lower Esophageal Sphincter: LES) ที่ทำหน้าที่เปิด เพื่อให้อาหารผ่านลงกระเพาะอาหาร และปิด เพื่อกั้นไม่ให้กรดไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร หากกล้ามเนื้อนี้ หย่อนสมรรถภาพหรือปิดไม่สนิท จะทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมายังหลอดอาหารได้ง่าย นอกจากนี้ อาจเกิดจากการบีบตัวของหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหารผิดปกติ รวมถึงอาจเกิดจากโรคประจำตัวบางอย่าง

นอกจากสาเหตุข้างต้น โรคกรดไหลย้อน สามารถเกิดได้จากพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำวัน โดยในปัจจุบัน คนไทยจำนวนมากเผชิญกับปัญหาโรคกรดไหลย้อน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบ ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ตัว และไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนทำให้อาการกรดไหลย้อนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในหลาย ๆ ด้าน โดยคุณอ๊อฟ ชัยนนท์ หาญคีรีรัตน์ ผู้ประกาศข่าวรุ่นใหม่ หนึ่งในผู้ที่เคยเผชิญกับโรคกรดไหลย้อนได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่มีอาการคล้ายกัน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพก่อนที่โรคจะทวีความรุนแรงหรือส่งผลกระทบในระยะยาว

7 สัญญาณอาการโรคกรดไหลย้อน รู้ก่อนจัดการได้

นอกเหนือจากอาการเรอเปรี้ยวหรือแสบร้อนกลางอกหลังมื้ออาหาร เชิญชวนให้ทุกคนลองสังเกตตัวเอง เพราะหากพบว่า มีอาการเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายข้อร่วมกัน อาจเป็นสัญญาณว่า คุณกำลังเผชิญกับภาวะกรดไหลย้อน และควรเริ่มดูแลสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรับคำแนะนำที่ถูกต้อง

  1. ท้องอืด อาหารไม่ย่อยจากกรดเกิน
  2. ไม่สบายท้อง แน่นท้อง จุกเสียด
  3. ปวดท้องช่วงบน จุกแน่นลิ้นปี่
  4. เรอเปรี้ยว
  5. คลื่นไส้ รู้สึกเหมือนมีน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมา
  6. แสบร้อนกลางอก
  7. แสบคอ จุกแน่นในลำคอ กลืนลำบาก

ปัจจัยและพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน

สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดโรคกรดไหลย้อนหรือเพิ่มความรุนแรงขึ้น มักมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่หลายคนอาจมองข้าม

  • ปัจจัยจากการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกิน เช่น กินอาหารไม่ตรงเวลา กินมากเกินไป กินเสร็จแล้วนอนทันที การกินอาหารบางชนิด เช่น อาหารมัน อาหารทอด อาหารรสจัด น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมไปถึงความเครียด การดื่มสุรา และการสูบบุหรี่
  • ปัจจัยทางกายภาพ น้ำหนักตัวมากเกินไปหรือเป็นโรคอ้วน อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์
  • ปัจจัยจากโรคและยา

ผลกระทบและภาวะแทรกซ้อน

แม้โรคกรดไหลย้อนจะดูเหมือนเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่รุนแรงในช่วงแรกจนทำให้หลายคนมองข้ามความอันตรายไป แต่ถ้าหากไม่ดูแลรักษาอาการอย่างเหมาะสม อาการอาจลุกลามจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ผลกระทบระยะสั้น

  • คุณภาพชีวิตลดลง: เมื่อมีอาการผิดปกติจากกรดไหลย้อน อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวจนรบกวนกิจวัตรประจำวัน เช่น การนอนหลับ การรับประทานอาหาร
  • การทำงานขาดประสิทธิภาพ: อาการที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง จำเป็นจะต้องหยุดงานหรือขาดงานบ่อยครั้ง
  • ปัญหาทางสังคม: เมื่อมีอาการไม่สบาย อาจทำให้รู้สึกไม่อยากเข้าสังคมหรือไม่อยากทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น

ผลกระทบระยะยาว

  • การอักเสบเรื้อรังของหลอดอาหาร (Esophagitis): กรดที่ไหลย้อนขึ้นมาสัมผัสเยื่อบุหลอดอาหารซ้ำ ๆ จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง อาจมีแผลหรือเลือดออก ทำให้กลืนอาหารลำบากหรือเจ็บขณะกลืน
  • Barrett’s Esophagus: ภาวะที่เยื่อบุหลอดอาหารเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลอดอาหารในอนาคต
  • ความเสี่ยงต่อมะเร็งหลอดอาหาร: การอักเสบเรื้อรัง และภาวะ Barrett’s Esophagus เพิ่มโอกาสที่เซลล์เยื่อบุหลอดอาหารจะกลายเป็นเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนรุนแรงหรือเป็นมานาน

การป้องกันและการจัดการเบื้องต้น

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน : ทานอาหารให้ตรงเวลา และไม่ทานในปริมาณมากในมื้อเดียว แต่แบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ หลายมื้อ พร้อมหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการ และไม่นอนทันทีหลังกินอาหาร ควรรออย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง
  • การจัดการความเครียด : หาสิ่งผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงานหรือการเรียน เช่น การออกกำลังกาย การทำงานอดิเรกที่ชอบ และการนอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอ
  • การดูแลสุขภาพทั่วไป : ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
  • การเลือกรับประทานยาลดกรดและบรรเทากรดไหลย้อนจากประเทศอังกฤษที่มี 2 กลไกการออกฤทธิ์ ทั้งช่วยปรับสภาพกรดในกระเพาะอาหารให้เป็นกลาง พร้อมสร้างชั้นแพเจล เพื่อป้องกันกรดไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร ออกฤทธิ์นาน 4 ชั่วโมง

แหล่งอ้างอิง:

สนับสนุนโดยกาวิสคอน

เมื่อมีอาการกรดไหลย้อน ต้อง ‘กาวิสคอน ดับเบิ้ล แอคชั่น มิ้นต์’ ยาบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อยเนื่องจากกรดไหลย้อน และลดกรดในกระเพาะอาหาร ด้วย 7 คุณสมบัติรักษาหลากหลายอาการจากกรดไหลย้อน

  1. อาหารไม่ย่อย
  2. แสบร้อนกลางอก
  3. กรดเกิน
  4. เรอเปรี้ยว
  5. เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น
  6. ใช้ได้ในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร (ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และเภสัชกร)
  7. ใช้ได้ในผู้สูงอายุ

ด้วย 2 กลไกการออกฤทธิ์ ไม่เพียงลดกรด ปรับสภาพกรดในกระเพาะอาหารให้เป็นกลาง แต่ยังสร้างแพเจล ป้องกันกรดไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร ออกฤทธิ์นาน 4 ชั่วโมง

เรื่องล่าสุด