กองทัพซีเรียเข้าสู่ “โคบานี” เมืองยุทธศาสตร์เคิร์ด ที่ทหารรัฐบาลไม่เคยได้เหยียบเท้ามาตั้งแต่ปี 2012 (ภาพ, วิดีโอ)

184
© AFP 2019

สปตุนิก  – ปฏิบัติการทางทหารของตุรกีต่อผู้ก่อการร้ายและกองทหารเคิร์ดในภาคเหนือของซีเรียนั้นส่งผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด นั่นคือการรวมมือกันระหว่างกองกำลังเคิร์ดกับกองกำลังรัฐบาลดามัสกัส โดยมีการทำข้อตกลงด้านความมั่นคงให้กองทหารรัฐบาลซีเรียเข้าสู่เขตปกครองชาวเคิร์ดเพื่อช่วยปกป้องพวกเขาจากอังการา

ภาพถ่ายและวิดีโอที่ปรากฏทางสื่อออนไลน์เผยให้เห็นว่ากองทัพซีเรียได้เคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองโคบานี หรือที่รู้จักในชื่อ “อัยนุลอาหรับ” (Ayn al-Arab) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญใกล้กับชายแดนซีเรีย – ตุรกี โดยสำนักข่าวของรัฐบาลซีเรียยืนยันว่าการเคลื่อนกำลังเข้าไปได้เกิดขึ้นแล้ว

ภาพจากวิดีโอและภาพถ่ายแสดงให้เห็นว่า กองทัพทหารซีเรียเข้าสู่เมืองด้วยรถบรรทุก รถโดยสาร และยานพาหนะทางทหาร ยกธงซีเรียบนอาคารราชการ และได้รับการต้อนรับอย่างกระตือรือร้นจากประชาชนในท้องถิ่น

กองกำลังผสมที่นำโดยสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากโคบานีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก่อนปฏิบัติการทางทหารของตุรกีในพื้นที่นี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (16 ต.ค.) สหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดใส่คลังอาวุธของตนที่โรงงานปูนซีเมนต์ลาฟาร์จทางใต้ของเมือง  โคบานีเป็นศูนย์กลางการบริหารของ ‘สหพันธรัฐประชาธิปไตยทางตอนเหนือของซีเรียซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองโดยแท้จริงที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2014

กองกำลังทหารของซีเรียออกจากพื้นที่นี้ในปี 2012 เนื่องจากสงครามกลางเมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศทวีความรุนแรงมากขึ้น 

ในช่วงปลายปี 2014 ถึงต้นปี 2015 โคบานีถูกล้อมโดยผู้ก่อการร้ายรัฐอิสลาม (ไอซิส) โดยผู้ก่อการร้ายได้ยึดหมู่บ้านรอบๆ หลายแห่งและมีส่วนร่วมในการล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมอื่น ๆ ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ทำให้นักสู้ชาวเคิร์ดกลับมาควบคุมพื้นที่ในระหว่างปี 2015 ถึง 2017

สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังการเริ่มต้นปฏิบัติการทางทหารของตุรกีในภาคเหนือของซีเรีย เจ้าหน้าที่ของเคิร์ดบรรลุข้อตกลงกับดามัสกัส ทำให้รัฐบาลซีเรียสามารถส่งกำลังทหารไปยังชายแดนทั้งหมดที่ติดกับตุรกีเพื่อพยายามหยุดการโจมตี ต่อมากองกำลังรักษาสันติภาพของรัสเซียได้เข้าไปยังในเมืองมันบิจ ประมาณ 45 กม. ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโคบานี โดยมีภารกิจที่กล่าวว่าพวกเขาต้องการเป็นกันชนระหว่างกองกำลังซีเรียและเคิร์ดในพื้นที่นี้

ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่มีชีวิตชีวาระหว่างรัฐบาลซีเรียและชาวเคิร์ดทางตอนเหนือของประเทศ นักวิเคราะห์เริ่มคาดการณ์เกี่ยวกับชะตากรรมของสถานะที่แท้จริงของพวกเขา ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (17 ต.ค.) บูษัยนา ชะอ์บาน (Bouthaina Shaaban) ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด แห่งซีเรีย กล่าวว่า ดามัสกัสจะไม่อนุญาตให้มีการปกครองตนเองอย่างเป็นทางการสำหรับชาวเคิร์ด เนื่องจากความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนาของซีเรีย

ท่ามกลางชาวซีเรียอาหรับและชาวเคิร์ด ซีเรียยังเป็นมาตุภูมิของชาวเติร์ก, ดรูซ, อิสมาอีลียะห์, ปาเลสไตน์, เซอร์แคสเซียน, กรีก, ออสซีเตียน, อัสซีเรียน, อาร์เมเนียน, ยิว, โรมานี และ ยาซีดี

การปะทะกันระหว่างกองกำลังตุรกีและเคิร์ดดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงวันศุกร์ (18 ต.ค.) ที่ผ่านมา จนกระทั่งสหรัฐอเมริกาและตุรกีบรรลุข้อตกลงในการหยุดยิง 120 ชั่วโมงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย เพื่อให้กองกำลัง YPG ของเคิร์ดถอนกำลังพ้นแนวชายแดน ตุรกีกล่าวว่าปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างเขตรักษาความปลอดภัยในภาคเหนือของซีเรียและเพื่อป้องกันปฏิบัติการของนักรบ YPG ที่ตุรกีอ้างว่าเป็นพันธมิตรกับกองกำลัง PKK ของเคิร์ดตุรกีที่อังการาถือว่าเป็นผู้ก่อการร้าย 

ดามัสกัสได้ประณามการกระทำของตุรกี กล่าวหาว่าอังการาว่า “เจตนารุกราน” อธิปไตย และกล่าวว่าจะไม่ยอมให้มีการละเมิดบูรณภาพของดินแดนซีเรียอย่างเด็ดขาด