สหประชาชาติตรวจสอบตุรกีใช้ “อาวุธเคมี” ระหว่างบุกโจมตีเคิร์ดในซีเรีย

33
OPCW

เพรสทีวี – หน่วยงานด้านอาวุธเคมีของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่าพวกเขากำลังตรวจสอบความเป็นไปได้ในการใช้อาวุธ “ฟอสฟอรัสขาว” (white phosphorus) โดยกองกำลังตุรกีในระหว่างการบุกโจมตีซีเรียตะวันออกเฉียงเหนือ

องค์กรห้ามอาวุธเคมี (Organisation for the Prohibition of Chemical Weapons – OPCW) กล่าวเมื่อวันศุกร์ (18 ต.ค.) ว่า “ตนได้ตระหนักถึงสถานการณ์นี้ และกำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้อาวุธเคมี”

การสอบสวนนี้เกิดขึ้นหลังจากชาวเคิร์ดกล่าวหาว่า ตุรกีใช้ฟอสฟอรัสขาวกับพลเรือนในซีเรียเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามตุรกีได้ปฏิเสธเรื่องนี้

ทางการของเคิร์ดอ้างว่ามีผู้ป่วย 6 คนซึ่งรวมถึงพลเรือนและทหารเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในจังหวัดฮาซากาห์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย เนื่องจากไฟไหม้จาก “อาวุธไม่ทราบชนิด”

องค์กรที่เรียกว่า กาชาดเคิร์ด กล่าวว่า ตนไม่สามารถยืนยันการใช้อาวุธเคมีได้ และกล่าวเพิ่มเติมว่า ตน ”กำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศ” เพื่อประเมินสิ่งที่ถูกนำมาใช้

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธเคมีของอังกฤษที่ตรวจสอบภาพถ่ายของหนึ่งในเหยื่อกล่าวว่า การเผาไหม้เหยื่อนั้นน่าจะมาจากอาวุธเคมี

เมื่อวันศุกร์ สื่อ Foreign Policy กล่าวว่า ได้รับภาพถ่ายจากแหล่งข่าวชาวเคิร์ด ซึ่งเผยให้เห็นเด็กๆ ในเมืองชายแดน “ราสอัลอาย” ถูกเผาไหม้จากสารเคมีบนหน้าอกของพวกเขาและเผชิญกับฟอสฟอรัสขาว

รายงานชิ้นนี้กล่าวว่า ภาพถ่ายได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ทางการระดับสูงของสหรัฐอเมริกา

สิ่งนี้เป็นการยืนยันรายงานก่อนหน้านี้โดยสื่อของรัฐบาลซีเรียที่ระบุว่า ชาวราสอัลอายได้เดินทางมาถึงโรงพยาบาลด้วยอาการไหม้จากสารเคมี

สำนักข่าวซานาของทางการซีเรียอ้างแหล่งข่าวในท้องถิ่นว่า มีคนหลายคนมาถึงโรงพยาบาลฮาซากาห์ (Hasaka) ด้วย “ แผลไหม้รุนแรง” ซึ่งเกิดจาก“ สารเคมีไม่ทราบชนิด”

กองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศมีประวัติการโจมตีด้วยสารเคมีในซีเรีย

นักรบจากกลุ่มผู้ก่อการร้าย “ยับฮัต ฟาติห์ อัล-ชาม” (Jabhat Fateh al-Sham) หรือเดิมชื่อ “อัลนุสราห์ ฟรอนต์” (al-Nusra Front) พร้อมกับสมาชิกของกลุ่มอาสาป้องกันพลเรือนในชื่อ “หมวกนิรภัยขาว” (White Helmets) ได้จัดฉากการโจมตีทางเคมีซ้ำ ๆ ในอิดลิบ และฮามา ในการโยนบาปว่าเป็นฝีมือกองกำลังรัฐบาลซีเรีย

“เมืองราสอัลอาย” เป็นสมรภูมิการต่อสู้ระหว่างกองกำลังชาวเคิร์ดและทหารตุรกี องค์กรที่เรียกว่า กลุ่มเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งซีเรีย ระบุว่า กองกำลังตุรกีและพันธมิตรติดอาวุธได้ “ ยึดครองเมืองประมาณครึ่งหนึ่ง” ในเช้าวันพฤหัสบดี (17 ต.ค.)

ตุรกีเปิดปฏิบัติการบุกซีเรียเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมโดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้าง “เขตปลอดภัย” ทางตอนใต้ของชายแดนตนที่ติดกับซีเรีย

อังการากล่าวว่า กองกำลังของเคิร์ดที่ปฏิบัติการในพื้นที่นั้นคือกลุ่มผู้ก่อการร้ายซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธของพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (PKK) ซึ่งได้ต่อสู้เพื่อต้องการสร้างเขตปกครองตนเองเคิร์ดในตุรกีตั้งแต่ปี 1984