“โจ ไบเดน” ผู้สร้าง “กบฏสายกลาง” ฉะทรัมป์ยึดครองบ่อน้ำมันซีเรีย เสมือนป้ายยักษ์รับสมัครไอซิส

92
แฟ้มภาพ

RT – “โจเซฟ ไบเดน” ผู้แทนพรรคเดโมแครต ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2020 และอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยุค “บารัก โอบามา” ผู้เคยล็อบบี้ให้ส่งอาวุธแก่กบฏซีเรีย “สายปานกลาง” (moderate) ออกมาซัดทรัมป์ เรื่องถอนกำลังทหารเพื่อไปยึดครองทุ่งน้ำมัน

“ ทิ้งกองทหารไว้เบื้องหลังเช่นที่ [ทรัมป์] กำลังทำอยู่ – เขาบอกว่าสิ่งที่เขาต้องการจะทำคือ เรากำลังจะไปยึดครองทุ่งน้ำมัน” ไบเดนบอกสื่อวอลล์สตรีทเจอร์นัล เขาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งว่า สุญญากาศจากการถอนทหารสหรัฐนั้นร้ายแรง อันจะถูกเติมเต็มโดยรัฐบาลซีเรีย (อย่างถูกกฎหมาย) รัสเซีย และ (อาจเลวร้ายที่สุด) คืออิหร่าน และแน่นอนว่า ผู้ก่อการร้ายของรัฐอิสลาม (ไอซิส)

“นั่นเหมือนโปสเตอร์ขนาดยักษ์ 300 ฟุตในการสรรหานักรบสำหรับไอซิส” เขากล่าว

ราวกับว่ามีเพียงผู้ก่อการร้ายเท่านั้นที่จะต่อต้านการยึดครองของสหรัฐอย่างผิดกฎหมายและปฏิเสธชาวอเมริกันที่พระเจ้าให้สิทธิ์ในการปล้นทรัพยากรธรรมชาติเหนืออธิปไตยของชาติอื่น ไบเดนไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบาย ‘รักษาความปลอดภัยแหล่งน้ำมัน’ แค่ค่อนข้างเสียใจที่สหรัฐทรยศพันธมิตรเท่านั้น

ย้อนกลับไปในสมัยรัฐบาลโอบามา ไบเดนคือคนวิ่งเต้นหาเงิน 500 ล้านเหรียญเพื่อฝึกทางทหารและและจัดเตรียมอาวุธให้กับขบวนการกบฏชาวซีเรีย – แม้ว่าเขาเคยยอมรับว่าการหาแม้แต่คนที่มีแนวคิด ‘สายกลาง’ สักคนเดียวก็เป็นเรื่องยาก ซึ่งความความจริงของเรื่องนี้คือ ไม่มีกบฏแนวคิดปานกลางในซีเรีย

ดังนั้นเมื่อมีรายงานว่าอาวุธของอเมริกาไปตกอยู่ในมือของไอซิส และกลุ่มกบฏที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ เข้าร่วมกลุ่มกับญิฮาดิสต์สายฮาร์ดคอร์ และเรื่องไปถึงสื่อกระแสหลัก ไบเดนพยายามเบี่ยงเบนความผิดอันฉาวโฉ่โดยอ้างว่า มันไม่ใช่ความผิดของวอชิงตันที่พันธมิตรของตัวเองจะปล่อย “เงินหลายร้อยล้านดอลลาร์และอาวุธหลายพันตันให้ใครก็ตามที่จะต่อสู้กับอัสซาด”

หลังจากความพยายามปั้น ‘กบฏสายปานกลาง’ ล้มเหลว และกลายเป็นหายนะด้านประชาสัมพันธ์ วอชิงตันปฏิเสธความเป็นเจ้าของกบฏต่างๆ เช่น ฟรีซีเรียอาร์มี่ (Free Syrian Army – FSA) แต่จัดการเพื่อตั้งหลักในภาคเหนือของซีเรียและยึดแหล่งน้ำมันในจังหวัดเดียร์เอซซูร์ ด้วยความช่วยเหลือของนักรบเจ้าถิ่น “กองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย” (Syrian Democratic Forces – SDF) ที่นำโดยชาวเคิร์ด

“ ฉันชอบน้ำมัน! เรากำลังรักษาน้ำมันอยู่!” ทรัมป์ประกาศขณะที่ถอนทหารออกมาจากซีเรีย ทำให้เห็นได้ชัดว่าเหตุผลเดียวที่สหรัฐฯ ยังคงทหารไว้จำนวนหนึ่ง (แต่ก็ผิดกฎหมาย) หลังการถอนทหารก็เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลดามัสกัสเข้าถึงแหล่งน้ำมัน ตามการคาดการณ์ของรัสเซียในแต่ละเดือนสหรัฐฯ ลักลอบขนน้ำมันดิบออกจากซีเรียมูลค่า 30 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังละเมิดมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของตนเองต่อซีเรียด้วย

อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด ของซีเรีย ได้ออกมาแซะ โดยให้เครดิตแก่ทรัมป์ที่ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของล็อบบี้อเมริกัน ซึ่งตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับรัฐบาล ‘รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ’ ก่อนหน้า (โอบามา) ที่วางตัวในฐานะ “ผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนและค่านิยมอันสูงส่งของชาวอเมริกัน”