อิรักจำกัดการเคลื่อนไหวทางอากาศของสหรัฐ-พันธมิตรตะวันตก หลังการสังหารสุไลมานี

279
© AP Photo / Hadi Mizban via Sputnik

สปุตนิก – เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (5 ม.ค.) รัฐสภาอิรักได้ลงมติเห็นชอบให้ถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากประเทศ หลังผู้บัญชาการทหารอิหร่านที่ทรงอำนาจถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดด ประธานาธิบดีทรัมป์ข่มขู่อิรักด้วยการคว่ำบาตรที่รุนแรงหากแผนการนี้ดำเนินต่อไป

ล่าสุด เจ้าหน้าที่อิรักได้เริ่มเตรียมการล่วงหน้าเพื่อถอนกองทหารสหรัฐออกจากประเทศ อับดุลคาริม คาลาฟ โฆษกฝ่ายความมั่นคงของนายกรัฐมนตรีอิรักกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ (6 ม.ค.)

เขากล่าวว่าพันธมิตรทางทหารนานาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ จะได้รับอนุญาตในการให้คำปรึกษาหารือและฝึกเจ้าหน้าที่ทหารอิรักและกองกำลังความมั่นคง แต่กองทัพจะถูกถอนออกไป

คาลาฟเสริมว่า ตอนนี้รัฐบาลอิรักได้จำกัดการเคลื่อนไหวของกองกำลังต่างชาติทั้งทางบกและทางอากาศ

กระบวนการดังกล่าวเริ่มขึ้นในวันเดียวหลังจากฝ่ายนิติบัญญัติของอิรักใช้การเคลื่อนไหวที่กำหนดให้รัฐบาลต้องยุติการปรากฏตัวของกองกำลังต่างชาติในประเทศนี้  ยังไม่มีท่าทีใดๆ จากรัฐบาลว่าจะให้สัตยาบันต่อร่างกฎหมายนี้หรือไม่

สหรัฐฯและประเทศพันธมิตรตะวันตกแทรกแซงในอิรักตามคำร้องขอของรัฐบาลท้องถิ่นในปี 2014 ตามการขยายตัวขึ้นของไอซิส

การลงมติในวันอาทิตย์ของรัฐสภาอิรักเป็นไปภายใต้ข้ออ้างอย่างเป็นทางการที่ว่า “ผู้ก่อการร้ายพ่ายแพ้แล้ว” แม้ว่าเหตุผลพื้นฐานดูเหมือนจะเป็นความไม่พอใจกับการโจมตีทางอากาศของสหรัฐ ซึ่งสังหารนายพลกอเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการทหารอิหร่านที่ทรงอำนาจในวันศุกร์ (3 ม.ค.) ที่กรุงแบกแดด

อับดุลคาริม คาลาฟ เรียกการโจมตีดังกล่าวซึ่งไม่ได้ตกลงล่วงหน้ากับอิรักล่วงหน้าว่า “ ความโง่เขลา ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะนิ่งเฉย”

ในวันอาทิตย์ กระทรวงการต่างประเทศอิรักได้เรียกเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เพื่อประณามการโจมตีว่าเป็น “การละเมิดอำนาจอธิปไตยของอิรักอย่างโจ่งแจ้ง”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขู่ว่าจะคว่ำบาตรอิรักอย่างรุนแรงหากกองทหารสหรัฐถูกขับออกจากประเทศนี้