อดีต “ซีไอเอ” เปิดโปง ไวรัสโคโรนา คือ “อาวุธชีวภาพ” ถูกสร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการ

34674

ฟิลิป กิราลดี (Philip Giraldi) อดีตผู้เชี่ยวชาญการต่อต้านการก่อการร้ายและเจ้าหน้าที่ซีไอเอ (CIA) หน่วยข่าวกรองทางทหารของสหรัฐฯ ชี้ “ไวรัสโคโรนา” ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติผ่านการกลายพันธุ์ แต่จะถูกสร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการซึ่งอาจเป็นตัวแทนสงครามชีวภาพ

บทความของเขาในชื่อ “ใครสร้างไวรัสโคโรนา สหรัฐ อิสราเอล หรือจีนเอง?” (Who Made Coronavirus? Was It the U.S., Israel or China Itself?) ที่ตีพิมพ์ในเว็บไซต์มูลนิธิวัฒนธรรมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Culture Foundation) ในวันพฤหัสบดี 5 มี.ค. ระบุว่า สื่อกระแสหลักรายงานเกี่ยวกับการกำเนิดของไวรัสโรโรนาว่ามันมาจากเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นพาหะของสัตว์ที่พบในค้างคาวป่าที่บริโภคโดยชาวจีนของเมื่องหวู่ฮั่น

“แต่ดูเหมือนว่ามีหลักฐานบางอย่างที่จะโต้แย้งว่า ในจังหวัดที่อยู่ติดกันในประเทศจีนที่ค้างคาวป่ามีจำนวนมากขึ้นก็ยังไม่เคยมีการระบาดของโรคมาก่อน ด้วยปัจจัยดังกล่าวและปัจจัยอื่นๆ ทำให้มีการคาดการณ์ที่น่าพิจารณาว่า ไวรัสโคโรนาไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติผ่านการกลายพันธุ์ แต่ถูกสร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการซึ่งอาจเป็นตัวแทนสงครามชีวภาพ” เขาเขียนในบทความ

อาจหลุดจากห้องทดลองของจีน?

เขาอธิบายต่อว่า รายงานหลายฉบับชี้ให้เห็นว่ามีองค์ประกอบของไวรัสที่เกี่ยวข้องกับเอชไอวีที่ไม่สามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ถ้ามันถูกต้องว่าไวรัสนั้นได้ถูกพัฒนาขึ้นมาหรือแม้กระทั่งผลิตเป็นอาวุธ ก็สามารถจะอธิบายต่อได้ว่า มันหลุดออกจากห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยา ของสถาบันหวู่ฮั่น และเข้าสู่สัตว์และประชากรมนุษย์โดยอาจเป็นอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่เทคนิคที่ทำงานในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทราบว่า “ การหลุด” จากห้องปฏิบัติการนั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

หรืออาจเป็นฝีมือของสหรัฐฯ?

เขายังตั้งข้อสังเกตว่า อีกทฤษฎีหนึ่งก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะเป็นฝีมือของสหรัฐฯ เนื่องจากรัฐบาลทรัมป์ได้ยกประเด็นเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของจีนอย่างต่อเนื่องว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติอเมริกันและการครอบงำทางเศรษฐกิจ จึงเป็นไปได้ว่าวอชิงตันอาจปล่อยเชื้อออกมาเพื่อสกัดเศรษฐกิจและการทหารของปักกิ่งที่กำลังเติบโตให้ชะงักงัน

“แน่นอนว่ามันยากที่จะเชื่อว่าแม้แต่ทำเนียบขาวของทรัมป์ก็จะทำสิ่งที่ไม่ยั้งคิด แต่พฤติกรรมทำนองนั้นมันเคยมีมาแล้วในอดีต” เขาเขียนและอธิบายว่า

“ในปี 2005-2009 รัฐบาลอเมริกันและอิสราเอลได้พัฒนาไวรัสคอมพิวเตอร์ชื่อ Stuxnet ซึ่งตั้งใจจะสร้างความเสียหายให้กับระบบควบคุมและระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ของประเทศอิหร่านที่ใช้ในโครงการวิจัยนิวเคลียร์ เป็นที่ยอมรับกันว่า Stuxnet สร้างความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์ ไม่ติดเชื้อหรือฆ่ามนุษย์ แต่ความกังวลอยู่ที่ว่ามันจะแพร่กระจายและย้ายไปติดเครื่องคอมพิวเตอร์นอกประเทศอิหร่าน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง เมื่อมันแพร่กระจายไปยังพีซีหลายพันเครื่องในอิหร่าน , เยอรมนี, คาซัคสถาน และอินโดนีเซีย” เขาอธิบาย

อิสราเอลจะมีวัคซีนป้องกันไวรัสโรโรนาเร็วเกินไปจนน่าสงสัย?

อดีตซีไอเอได้ยกกรณีประเทศอิสราเอลที่อาจไขความลับที่เกิดขึ้นในประเทศจีน โดยเขาบอกว่า “นักวิทยาศาสตร์ที่สถาบันวิจัยกาลิลีของอิสราเอลอ้างว่าพวกเขาจะได้รับวัคซีนป้องกันโรคโคโรนาไวรัสในอีกไม่กี่สัปดาห์ซึ่งจะพร้อมสำหรับการจำหน่ายและใช้งานภายใน 90 วัน”

“สถาบันดังกล่าวอ้างว่า ได้มีส่วนร่วมในการวิจัยสี่ปีเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา ที่ได้รับทุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการเกษตรของอิสราเอล พวกเขาอ้างว่าไวรัสนั้นคล้ายกับเวอร์ชั่นที่มีคนติดเชื้อ ซึ่งนำไปสู่ความก้าวหน้าในการพัฒนาผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม“

“แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนสงสัยว่า จะสามารถผลิตวัคซีนใหม่ได้อย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไวรัสที่มีอยู่เมื่อไม่นานมานี้ได้อย่างไร พวกเขายังเตือนด้วยว่า แม้ว่าวัคซีนจะได้รับการพัฒนาขึ้น แต่ปกติแล้วมันจะต้องได้รับการทดสอบผลข้างเคียง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานกว่าหนึ่งปีและรวมถึงการใช้กับคนที่ติดเชื้อ” เขาตั้งข้อสังเกต

สหรัฐ-อิสราเอลอาจร่วมมือสร้างไวรัสโรโรนา?

เขาตั้งข้อสังเกตต่อว่า “ถ้าใครคิดว่าเป็นไปได้ว่าสหรัฐอเมริกาคือมือที่สร้างไวรัสโรโรนา ในสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์วิจัยอาวุธชีวภาพ ที่ฐานทัพในเมืองเฟรเดอริค รัฐแมริแลนด์ (Ft Detrick Maryland) มันก็น่าจะเป็นไปได้ว่าอิสราเอลเป็นหุ้นส่วนในโครงการนี้“

“การช่วยพัฒนาไวรัสจะอธิบายได้ว่าทำไมนักวิทยาศาสตร์ชาวอิสราเอลจึงสามารถอ้างความสำเร็จในการสร้างวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะไวรัสและการรักษานั้นได้รับการพัฒนาขึ้นมาพร้อมกัน” เขาระบุ

เขาทิ้งท้ายว่า เป็นการยากที่จะอธิบายว่าทำไมไวรัสโคโรนาจึงโจมตีประเทศหนึ่งนอกจากประเทศจีนอย่างรุนแรง ประเทศนั้นก็คืออิหร่าน ศัตรูที่อ้างถึงบ่อยครั้งทั้งในสหรัฐฯและอิสราเอล จำนวนผู้ป่วยของอิหร่านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหมู่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ผลบวกติดเชื้อมากขึ้น!

 

แปล/เรียบเรียง: โต๊ะข่าวต่างประเทศ เดอะพับลิกโพสต์

คลิ๊กอ่านรายงานต้นฉบับภาษาอังกฤษฉบับเต็ม